Sex Addict[Kyumin] [Cut Version]

posted on 11 Feb 2012 20:31 by kyuyhun-sungmin
ต่อจากเนื้อเรื่องหลัก...
 
 
 

 

 

รวบอุปกรณ์ที่กำลังจะได้ใช้ขึ้นอย่างรวกๆ  แล้วเอาไปซ่อนไว้อย่างดิบดี  คนตัวเล็กดึงผ้าปูที่นอนทียับย่นผืนเดิมออกไปกองไว้ในห้องน้ำ  ก่อนจะเอาผืนใหม่มาใส่ไว้แทนอย่างรวดเร็ว...

 

เสร็จแล้วกก็กลับไปนั่งริมกระจกขุ่นมองบรรยากาศที่วุ่นวายด้านนอกอย่างเดิม

 

เพราะกระจกขุ่นด้านนอกนั่นทำให้ไม่อาจมองเข้ามาด้านในได้  ซองมินนั้นกลับมองออกไปด้านนอกได้ชัดเจน  แต่กลับไม่รู้สึกกระดากอายถ้าจะต้องร่วมรักกับใครในห้องกระจกแบบนี้  มันเพียงแค่ฉากบังตา  เพราะความเป็นจริงทุกคนรู้ว่ากระจกแบบพิเศษนี้มันมองเห็นได้เพียงด้านเดียว

 

 นั่งมองเวลาอยากเหม่อลอย  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะเอาน้ำหอมปรับอากาศมาฉีดกลบควันบุหรี่ที่คละคลุ้งในห้อง  ขาสั้นเดินเตาะแตะฉีกพรมสเปรย์จนทั่ว  ทุกซอกทุกมุม  และคิดว่ามันคงพอจะลบเลือนกลิ่นเข้มๆของบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปได้ไม่นานได้ดี

 

สุดท้ายที่สำคัญที่สุด  ซองมินไม่ลืมที่จะหยิบธนบัตรปึกหนา  จากลูกค้าคนที่แล้วที่ซองมินแสนจะผิดหวังไปวางเก็บในลิ้นชัก  คนตาสวยกรีดขาขึ้นนั่งกอดเข่าไว้  ในขณะทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่เพียงตัวเดียว

 

ชาเสื้อคลุมเลิกขึ้นจนถึงต้นขา  แต่เจ้าตัวไม่คิดจะปกปิดมันเลยแม้แต่นิดเดียว  สมองพร่าเบลอกว่าตอนแรกมากแล้ว  เมื่อระหว่างรอเวลานั้นเค้าใช้เวลาไปกับการทำร้ายตัวเองด้วยสารระงับปราสาทนานาประการ  ตอนแรกไม่ได้คิดว่าคืนนี้จะต้องให้บริการใครอีก  ร่างเล็กจึงใช้ร่างกายเสียเต็มที่  เพื่อรองรับความต้องการของตัวเอง...

 

จดจ้องมองเวลาที่เดินไปได้ไม่นาน  ซองมินก็พบว่าบานประตูห้องเค้ามันเปิดออกเสียที  คนตัวเล็กที่ยังมึนๆเบลอๆ  ก้มหน้าตัวเองแนบกับหัวเข่าที่ตั้งชันไว้อยู่  เพราะเริ่มรู้สึกหัวมันหนักแปลกประหลาดชอบกล

 

คนก้าวเข้ามาในห้องมองสำรวจในทันที  ไม่ใช้ห้องสีทึมที่คนตัวสูงนึกอยากจะสำรวจ  แต่คงเป็นเรือนร่างต้องตาของใครสักคนที่ยังไม่เห็นแม้แต่หน้าเลยด้วยซ้ำ...

 

สะโพกมนถูกเผยให้เห็นสัดส่วนจากด้านข้างแล้วกว่าครึ่ง เรียวขาสั้นๆแต่เรียบเนียนนั้นแสนจะดึงดูด  ไหนจะข้อมือบางที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมมาเพียงน้อยนิด  คอเสื้อคลุมลึกที่แหวกให้เห็นแผ่นอกบางและติ่งไตสีหวานที่เห็นเพียงเลือนๆ กับผมสีน้ำตาลอ่อนที่ปกปิดทั้งใบหน้า  เพราะเค้าก้มหน้าอยู่กับเข่าทั้งตัว

 

“อะ..หืม” กระแอมไอในลำคอพอจะให้คนในห้องรู้ตัว  คยูฮยอนรู้สึกว่าในสถานที่แบบนี้แค่เพียงมีเงินก็คงไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท  แต่กับคนตรงหน้าคยูฮยอนก็ไม่ได้ละลาบละล้วงทั้งๆที่ยังไม่รู้ตัว

 

“อย่างน้อยขอเห็นหน้าก่อนว่าจะหวานได้เท่าเนื้อตัวที่มองแล้วแสนหวานหรือเปล่า?”

 

ดวงหน้าที่ยังเปรอะเปื้อนเครื่องสำอางที่แต่งไว้ตั้งแต่แรกปรือปรอย  ก่อนจะยกหัวมึนๆขึ้นมองแขกผู้มาใหม่  ภาพที่ซองมินมองเห็นตอนนี้เหมือนเห็นอะไรซ้อนทับกันไปหมด  ดวงตาคู่คมที่ซองมินมองเห็นมีสามข้าง  จมูกโด่งซองมินก็กำลังเห็นเป็นภาพซ้อน  ไหนจะริมฝีปากก็ยังจะพร่าเบลอเสียจนซองมินกะระยะไม่ถูกว่ามันอยู่ไกลแค่ไหนกัน

 

“อืม” ไม่ทันต้องพูดพร่ำทำเพลง  หรือทำความรู้จักกันให้มากความ  ริมฝีปากเล็กก็พร่างพรมแตะลงบนตำแหน่งที่คิดว่าน่าจะเป็นปาก  เรียวลิ้นเลียริมฝีปากคนตรงหน้าอย่างช่ำชอง  ก่อนจะพยามเปิดทางให้กวาดลิ้นตัวเองเข้าไปด้านใน  มือบางแตะลงบนข้างแก้มสาก  ในขณะที่อีกมือก็แปะลงบนหน้าอกเค้า  ทั้งๆที่ขายังยืนไม่มั่นคง

 

สองแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวเล็กไว้ในทันที  ที่คนตัวเล็กจู่โจมเข้ามา  เค้าคิดว่าอย่างน้อยคนตัวเล็กตรงหน้า  อาจจะเหนียมอายด้วยการแนะนำตัว  ชวนดื่มไวน์  หรือแม้กับกิจกรรมเล็กๆน้อยเพื่อถ่วงเวลาเหมือนคนอื่นทั่วๆไปในอาชีพแบบเดียวกัน  แต่มันกลับไม่ใช่  เพราะทันทีในวินาที  ดูเหมือนว่าเค้าจะใจร้อนอยากเริ่มเกมส์ทันที

 

“เจอแบบนี้ก็ดี  ไม่เสียเวลาดี  นึกๆไปเค้าก็ชอบเหมือนกัน”

 

คนตัวสูงดันอ้อมกอดแห่งความปรารถนาให้แนบแน่นแล้วลดระยะห่างระหว่างสองกายให้แคบลง  ไออุ่นร้อนจากตัวคนตัวเล็กทำให้คยูฮยอนพอรู้ว่าร่างกายนั้นคงต้องการเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว  ยิ่งเจอรสหวานจากสารเสพย์ติดที่จะคงหลงเหลือรสชาติอยู่บนลิ้นกับกลิ่นควันบุหรี่ที่ดึงดูดใจ  คยูฮยอนยิ่งนึกพอใจกับจูบนี้ขึ้นทุกที

 

“ดูท่าคงไม่ใช่ประเภทที่ว่าหวานๆใสๆแล้วอยากให้เอาใจบนเตียง”

 

ปมเนคไทค์ค่อยๆคลายอก  เพราะคนตัวเล็กทั้งดึงทั้งขยำทั้งเสื้อทั้งเนคไทค์ของเค้าไปพร้อมๆกัน  นี่ถ้ากระชากกระดุมไหว  ก็คงจะทำไปแล้ว  แต่เพราะฝ่ามืออ่อนปวกเปียกนั้นไม่สามารถทำได้ในตอนนี้  คนตาหวานในอ้อมกอดจึงทำได้แค่ขยำเนื้อผ้านั้นแรงๆ

 

“แกะนะ” เหมือนคำเชิญชวนนั้นจะขออนุญาตไปพร้อมๆกัน  นิ้วชี้เรียวไล่เรียงไปตามกระดุมเสื้อ  แล้วก็ไม่ลืมจะเน้นสัมผัสที่แรงสลับเบา  เมื่อผ่านจุดที่มันอ่อนไหวกว่าควร  จนคนตัวสูงนึกพอใจในความยั่วยวน

 

“ครับเอาสิ  ว่าแต่จะไม่แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อยหรอไง?” เสียงทุ้มอนุญาตด้วยการกระซิบน้ำคำผ่านใบหู  แล้วงับหูคนตัวเล็กเบาๆ  รู้แล้วล่ะว่าใจร้อน  เพราะดูท่าเหมือนจะมีอารมณ์ที่คั่งค้างมาตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว  แต่นี่ไม่คิดจะรู้จักชื่อกันหน่อยหรอ?  เค้ายังไม่ทันได้รู้เลยว่าใบหน้าสวยหวานอย่างคนที่ใครๆก็บอกว่าเป็นดาวของที่นี่  จนเค้าต้องถ่อสังขารมาลองซักครั้งนี้ชื่ออะไร?

 

“เอาไว้  คุณลูกค้าเก่งพอ  แล้วจะบอก” ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตคนตัวสูง  ก่อนที่ดวงตาขี้เล่นจะแสร้งตอบไม่ตรงคำถามซะอย่างนั้น  คนตัวเล็กดูเหมือนจะขู่ฟ่อเล็กๆ  แล้วก็ทำตัวเหนือกว่าลูกค้าตัวโตด้วยเกมส์ทายชื่อปริศนาที่พูดมาอย่างท้าทายศักดิ์ศรี

 

“ว่าแต่คุณลูกค้าเก่งหรือเปล่าล่ะฮะ  แล้วคุณลูกค้าชื่ออะไร” ถามกลับบ้าง  แต่งเชื่อสิว่า...ในประโยคคำถามนั้นมีสาสน์ท้ารบเรื่องความช่ำชองเรื่องอย่างว่าส่งมา  เป็นการประลองกันอย่างกลายๆ

 

“งั้นถ้านายเก่งพอให้ฉันพอใจ  ฉันถึงจะบอก...” เกลี่ยข้อนิ้วลงบนริมฝีปากอิ่มอุ่นของคนที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเค้าใจเย็น  ทำไมคยูฮยอนจะไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจงใจจะปัดผ่านแผงอกเค้า  จงใจไล้มือลงบนหน้าท้องของเค้า  แล้วจงใจจะล้วงลงต่ำกว่านั้นเพราะอะไร?

 

“งือ...คุณลูกค้านี่ใจร้ายจังนะ” พอโดนย้อนมาด้วยคำถามแบบเดียวกัน  คนสวยก็เบะปากลง  ก่อนจะงับข้อนิ้วคนตัวสูงที่เกลี่ยอยู่ทีริมฝีปากตัวเองอย่างยั่วยวน  ลิ้นเล็กเลียประหนึ่งว่านิ่วคนตัวสูงนั้นเป็นไอติมแสนหวาน  ดวงตาปรือปรอยไปด้วยหยาดน้ำจ้องมองราวกับต้องการกลืนกินมันลงไป  ดูดผ่อนแรงสลับหนักเบาไปมา  จนเผลอๆก็ครางเบาๆ  เมื่อหลับตา  เพราะคิดว่าตัวเองกำลังอมอะไรที่มันหวานมากกว่านั้น

 

“อืม ดีจังฮะ” เพ้อเสียงหวานอย่างลืมตัว  เพราะความรู้สึกที่ตอนนี้ซองมินตอบสนองต่ออะไรได้ช้าลง  อีกทั้งยังแยกแยะสิ่งรอบกายไม่ออกอีกแล้ว  คนตัวเล็กจอมยั่ว  เลยแอบฝันไปว่าบางสิ่งที่อยู่ในปากเป็นอะไรที่ตัวเองคิดอยู่ในใจ  และเห็นภาพแบบนั้น  คยูฮยอนก็ไม่รอนาน  ให้คนตัวเล็กนั้นฝันไกลมากกว่าเดิม

 

“เป็นเด็กหรอไง  ถึงได้ชอบอมลูกอม” ชักนิ้วตัวเองที่ปล่อยให้คนตัวเล็กดูดกลืน  ก่อนที่จะได้ฝันเตลิดไปไกล  คนตัวสูงแตะปลายลิ้นลงบนปลายนิ้วเปียกชุ่มของตัวเองอย่างล้อเลียน  จนคนช้อนมองนั้นหน้าแดง

 

“หวานเหมือนกันหนิ” แกล้งชมนิ้วมือตัวเองทั้งที่ไม่ได้มีรสของอะไรเลย  คนตัวสูงกดยิ้มลึก  เพราะพอใจในคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย  ทั้งใสซื่อ  ทั้งยั่วยวน  ทั้งน่าค้นหา  แต่พอยิ่งค้นหากลับยิ่งเจอความประหลาดใจ...

 

จนคยูฮยอนชักจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงได้เป็นดาว

 

“มีอย่างอื่นที่หวานกว่านี้อีกฮะ” ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะต้องม้วนอายกับคำพูดแบบนี้  แต่กับดาวแสนแรงของที่นี่ไม่ใช่  คำชมมันจะถูกย้อนกลับไปด้วยคำโอ้อวดที่ไม่มีใครคิดจะหมั่นไส้  เพราะถ้าได้ลิ้มลองแล้วจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง...

 

“งั้นผมคงต้องลองชิม”

 

 

 

หลังจากร่างเล็กเปลือยแผ่นอกลูกค้าจนสำเร็จ  คนตัวเล็กก็ผละออกห่าง  ขาเล็กเดินโซซัดโซเซไปนั่งลงบนเตียงกว้าง  แล้วสองขาก็ฉีกกว้างอยู่บนเตียง  ไม่มีอะไรปิดบังสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว  เพราะปมเสื้อคลุมตัวโคร่งค่อยๆคลายออกจากกันช้าๆ  ในขณะที่คนตัวเล็กวาดลีลายั่วเย้าอยู่บนเตียง

 

“คุณลูกค้า  จะชิมตรงไหนก่อนดี?” ขาที่แหกกว้างพับขาตัวเองออกข้างตัว  แล้วโน้มตัวก้มลงจนเห็นแผงอกบางที่คอเสื้อคลุมกว้างมันเอื้ออำนวยให้เปิดออก  ดวงตาปรือปรอยที่เต็มไปด้วยฤทธิ์ยา  กำลังส่งสัญญาณปลุกปั่นประสาทคนมองให้ร้อนผ่าวไปทั้งตัว

 

ร่างกายหวานบิดเร่าไปมาเพราะความมึนงงของฤทธิ์ยา  อีกทั้งยังหันมาจ้องหน้าเค้าอย่างต้องการ

 

“เห็นแบบนี้แล้วใครมันจะไปทน?”

 

คยูฮยอนไม่รู้ว่าเค้าเข้าไปแนบชิดอีกทีเมื่อไหร่  รู้แต่คนตัวเล็กขึ้นมาเกยบนตักเค้าแล้ว  เมื่อเค้าสัมผัสกับผืนเตียง  กางเกงขายาวเนื้อดีถูกแกนกายเล็กดุนดัน  ราวกับว่ามันกั้นขวางเสียเหลือเกิน  คนตัวเล็กแสดงออกชัดเจนว่าอยากจะกลืนกินร่างกายเค้าเข้าไปเต็มทีแล้ว  แต่เค้ายังไม่ยอมถอดกางเกงออกไป

 

“ต้องชิมตรงไหนก่อนครับ  ตรงไหนหวานที่สุดหรอ?” คำถามโต้งๆที่มักจะทำให้คนม้วนอายได้  นั้นถามออกไป  แต่กลับคนขาดแคลนสติไปแล้วกว่าครึ่ง  ความกระดากอายได้ถูกสัญชาตญาณดิบในกายกลืนกินไปแล้วเช่นกัน

 

“ลูกค้าอยากชิมตรงไหน  ผมให้ทุกตรงนั่นแหละ” ตอบอย่างไม่คิดจะปิดบัง  เสื้อคลุมตัวหลวมเลือนหายไปแล้วจากร่างกาย  ที่เหลือก็คงเหลือเพียงร่างกายเปล่าที่ยังแสดงความต้องการ

 

มือเล็กเลื่อนไปลูบสัมผัสส่วนหวงแหนของตัวเองระหว่างทำการต่อรอง  สะโพกมนยกขึ้นลงสลับกันกับที่มือวางนั้นกำลังมอบความสุขให้ตัวเอง  ปากบางๆก็งับลงบนต้นคอคงตัวสูง  สร้างริ้วรอยแดงๆอย่างอยากเป็นเจ้าของ  แข้งขาเกี่ยวกระหวัดเข้ารอบเอวสอบ  เพื่อแรงเสียดสีที่ดีขึ้น  แม้ว่าแรงเสียดสีนั้นคนตัวเล็กจะเป็นคนทำมันขึ้นมาเองขา

 

“อะ อา อ๊า...”

 

ครางเสียงหวานสลับกับซิ๊ดปากไปด้วย  มือเล็กยังคงปรนเปรอตัวเองต่อหน้าสายตาคู่คมที่ยอมเป็นเสานิ่งๆให้คนตัวเล็กได้โยนตัวพักพิง   แขนอีกข้างโอบหลังลูบต้นคอเบาๆ  ยิ่งคนตัวเล็กโยกตัวแรงเท่าไหร่  เสียงครางก็ดังขึ้นมากเท่านั้น?

 

“อะอ๊า...”

 

คนตัวสูงยังคงยอมให้คนสวยในอ้อมกอดปรนเปรอตัวเองไปอีกครู่ใหญ่  แต่ก็ไม่ได้นานเกินรอ  เมื่อแรงโยกตัวแรงขึ้น  และแรงขึ้นเรื่อยๆ  มือหนาก็จับกุมคนร้ายข้อหาหาความสุขใส่ตัวเพียงฝ่ายเดียวเอาไว้ทันที

 

“ผมยังไม่ได้ชิมเลยนะ  จะไม่ให้ผมชิมก่อนหรอ?” ถามคำถามนั้นทั้งๆที่คนสวยนั้นแสนจะคั่งค้างและยังพยายามจะครูดตัวแรงกับร่างกายคนตรงหน้า  สีหน้าชวนฝันคงค้างอยู่แบบนั้นชั่วครู่  ก่อนจะถูกดันหลังไปพิงหัวเตียงอย่างรวดเร็ว

 

“ให้ผมชิมบ้างนะ  อย่าเพิ่ง....” ละคำที่ยังไม่ได้พูดให้จบประโยคเอาไว้  ก่อนที่เรียวลิ้นสากจะแตะลงบนปลายยอดของคนตัวเล็ก  เรียวขาบางสั่นระริกเมื่อมีสัมผัสเบาๆมาแทนที่แรงรั้งรูดมือแรงของตัวเอง  คนตัวเล็กคราง  ครางหนักกว่าเดิม

 

“มะ มะ มะไม่ อ่ะ อ๊า” ส่ายหัวพรืดเพราะความรู้สึกเสียวส่านมันกำลังควบคุมจิตใจดวงเล็กให้ไหวไปหมดทุกอณู  อยากจะก้มลงมองคนปรนเปรอ  แต่เค้าก็ยืดขาเอาไว้แน่น  จนมองไม่เห็นเสี้ยวหน้าที่ยังสาละวนไปจนทั่วอย่างไม่นึกรังเกียจ

 

“อะไรเมื่อกี๊ยังบอกให้ผมชิมอยู่ไม่ใช่หรอ”  เพราะการใช้ลิ้นที่ช่ำชองของคยูฮยอนทให้เค้ารู้ว่าคนตัวเล็กควรทำแบบไหนยังไง?  ถึงจะได้เสียงครางหนัก  ถึงจะได้ยินเสียงคนตรงหน้าเค้าชัดเจน

 

“ผมยังชิมไม่เสร็จ  เปลี่ยนใจไม่ได้นะ” แกล้งพูดเมื่อเสียงไหวครางจนแทบจะขาดใจ  แต่กลับโดนงับปลายไว้จนแน่น  เหงื่อซึมชื้นผลุดพราวราวกับน้ำหลากอยู่ทั่วกาย  ริมฝีปากเล็กเม้มลงแน่น  เพราะความหวามไหวที่ประทุรุนแรงขึ้นทุกที  ภาพความเคว้งคว้างว่างเปล่าแสนไกลกำลังลอยใกล้เข้ามาพร้อมกับสัมผัสและแรงน้ำหนักตัวที่โยกโยก

 

ความร้อนกระจายไปทั่วตามแนวเส้นเลือด  ความสุขกอปรความต้องการทับทวีกันจนเกินคำบรรยาย  ความกระดากอายโดนกลืนหายไปนานแล้ว  เมื่อยิ่งถูกคุณลูกค้าหน้าหล่อปนเปรอ  ซองมินก็ยิ่งครางเต็มเสียงอย่างเต็มใจ

 

“อ่ะ อ่า อ๊า...แบบนี้สิที่เค้าต้องการ”

 

นอกจากริมฝีปากอุ่นร้อนที่คอยปรยเปรอจนเห็นแต่ความสุขเป็นควันในอากาศ  มือหนาก็จงใจเคล้นขย่ำสะโพกแรงตามจังหวะการเคล้าคลึง  จนคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะขยับสะโพกตาม  ทุกๆวินาทีความหวามไหวยิ่งโถมซัดจนแทบร่างกายแทบจะปลดปล่อยทุกความรู้สึกที่เคยกดลึกอยู่ในเบื้อลึกของใจจนหมดสิ้น

 

“อ่ะ ระ แรง อีกนะ”

 

ยิ่งพอใจก็เหมือนจะยิ่งไม่รู้จักพอ  พอได้สิ่งที่ต้องการก็เหมือนจะต้องการมันมากขึ้นไปอีก  ดาวตัวร้ายอย่างเค้ามันเคยรู้จักคำว่าพอ  เมื่อลูกค้าที่ไม่ได้ลูกจักแม้แต่เพียงชื่อ  กลับกลายเป็นคนปรนเปรอเค้าก่อน  ก่อนที่เค้าจะได้บริการเสียด้วยซ้ำ

 

“อ่ะ อย่างนั้น อ๊า...”

 

ยิ่งร้องขอก็ยิ่งได้รับ  ฟันคมครูดไปอย่างตอบสนองทุกสัมผัสที่ละเลงรักลงมา  สองขาที่เคยฉีกออกกว้างยิ่งอ้ากว้างกว่าเดิม  ถ้าตอนนี้ใครบอกว่าเค้าเป็นพนักงานบริการที่ย่ำแย่ที่สุดก็คงจะใช่  เมื่อเค้ายังเอาแต่ใจ  ปล่อยให้ลูกค้าเอาใจอยู่เพียงฝ่ายเดียว  แต่ถ้าจะเอาใจขนาดนี้  เค้าก็ยินดีมอบเงินรายได้ที่เคยมีคืนกำไรกับไป

 

“เพราะไม่ค่อยมีใครทำได้ถึงใจขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ”

 

ครางอู้อี้ไม่ได้ศัพท์ไปเรื่อย  จนสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมเป็นทาสให้คนตัวเล็กปลดปล่อยอารมณ์ออกมา  ร่างกายบางกระตุกแรงๆ  ก่อนจะเกร็งกระตุกในจังหวะสุดท้ายเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดทั้งมวล  ร่างสูงถอนปากออกมาก่อนที่คนตัวบางจะปลดปล่อย  แต่กลับแตะปลายความหวาบหวามด้วยนิ้ว  แล้วลองชิมมัน

 

“อืม...ก็หวานดีนะ” ปราดคราวคาวขาวขุ่นที่เปรออยู่เล็กน้อยออกก่อนจะขึ้นประกบจูบคนตัวอ่อนที่แทบจะยันกายเอาไว้ไม่ไหว  ดวงหน้าหวานที่พราวระยับไปด้วยเม็ดเหงื่อซึมปรือปรอยหนัก  ราวกับใกล้จะหมดแรง  จนคนตัวโตต้องรีบกระตุ้นร่างกายอีกครั้งให้ตื่นตัว

 

“แต่ผมว่าปากคุณหวานกว่านะ” ถอนจูบเนิบหนาบออกมาก่อนจะเขี่ยจมูกคมลงใกล้จมูกเล็ก  เพราะฤทธิ์ยา  หรือว่านิสัยร้ายๆของคนตรงหน้าที่เค้าเพิ่งเคยเจอ  เค้าก็ไม่แน่ใจ  ถึงทำให้ตอนนี้คนๆนี้ถึงได้ทั้งหวานทั้งยั่วยวนโดยไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม

 

“คุณลูกค้ารู้ได้ไง  มันอาจจะมีอะไรที่หวานกว่าก็ได้นะ” แม้ร่างกายจะปวกเปียกไปแล้วกว่าครึ่ง  แต่น้ำคำหวานๆที่ได้ยิน  ทำให้ซองมินไม่คิดจะหากำไรเพียงฝ่ายเดียว  ดวงตาหวานที่ยั่วยวนเองโดยไม่ได้ตั้งใจ  กรีดรอยยิ้มขึ้นในดวงตา  ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปปลดหัวเข็มขัดของกางเกงขายาวร่างสูงออกอย่างมีท่าที

 

“จะไม่ลองชิมก่อนหรอ?  เพื่อจะมีอะไรที่หวานกว่า” เพราะคนโดนปลดเต็มใจ  แล้วเพราะความว่องไวด้วยความชำนิชำนาญ  กางเกงของขายาวสีดำถึงได้เผยอ้าออกเห็นขอบกางเกงชั้นในแบรนด์ดี  ที่มีเนื้อผ้าดุนดันจากแรงอารมณ์ของคนตัวสูงที่ดูว่าจะประทุในกายไม่น้อยเหมือนกัน 

 

มือเล็กล้วงลงไปผ่านเนื้อผ้านิ่ม  ก่อนจะกดสะกิดขยำลงไปเบาๆ    ใบหน้าเรียบๆของลูกค้าตัวโตยิ้มให้น้อยๆ  แต่ลอนกล้ามหน้าท้องหดเกรงขึ้นมา  คงพอรับรู้ได้ว่าเป็นปฏิกิริยาของคนทำนั้นไม่ได้เลวร้ายเลย

 

คนตัวเล็กจงใจเบียดผิวแผ่วขาวเนียนของตัวเองให้สัมผัสเนื้อตัวสะอาดสะอ้านของผู้ชายตรงหน้า  เกยคางเล็กลงบนไหล่หนา  แล้วก้มลงจูบหลังคออย่างแผ่วเบา  มือเล็กก็ยังซุกซนตามควรไปทั่วทุกซอกหลืบที่เร่าร้อน  และผ่อนคลายสอบโยนสลับกันไปโดยที่มีอาภรณ์ขวางเอาไว้  ให้คนตัวใหญ่ใจหายใจคว่ำเล่นไปเรื่อย

 

“ไหนว่าจะให้ชิม  ทำไมใจร้ายจังครับ” ยิ่งคนตัวเล็กจงใจยาวให้อารมณ์ที่มีอยู่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย  แต่ไม่ยอมให้เค้าสลัดผ้าผ่อนน้อยชิ้นที่ยังคลุมกายอยู่  คยูฮยอนเลยต้องถามอย่างขัดใจ  ว่าไปแล้ว  คนตรงหน้าเค้ามันก็ร้ายจริงๆ

 

“ก็ตอนนี้ไม่อยากให้คุณลูกค้าชิมแล้ว  อยากชิมคุณลูกค้ามากกว่า” จบคำก็ผลักกายคนโตสูงลงบนที่นอนบ้าง  สะโพกมนที่เคยเปลือยเปล่าอยู่บนตักกางคร่อมคนตัวสูงที่ลงนอนราบ  สองแขนเล็กกักขังคนตัวโตไว้ในอ้อมแขน  พร้อมกับดวงตาพราวระยับที่จ้องมองคนตัวสูงอย่างร้อนแรง

 

“ผลัดกันนะขอผมชิมบ้าง” ริมฝีปากเล็กมอบรอยจูบที่ซอกคอ  ไหล่แกร่งจนถึงยอดอกที่แข็งขืน  สาละวนผลัดเปลี่ยนกันไปมา  พร้อมมือเล็กที่เป็นฝ่ายปลดเปื้อนอาภรณ์ติดกายคนตัวสูงเอง

 

ระดมจูบรัดจนเป็นรอยแดงบนอกแกร่ง  ลิ้นเล็กเคลียคลอใกล้ยอดอกแล้วแตะผ่านแผ่วเบาสลับกับแรงดุนดันแรงๆอย่างมีจังหวะจะโคน  ความแข็งขืนที่รัดรึงรุนแรงในทันทีเมื่อคนตัวเล็กที่กระโจนเข้าหาอิสรภาพเปิดทาง

 

“คุณลูกค้าไม่หวานเลย” แกล้งเบ้หน้าทำท่าผิดหวังต่อหน้า  ดวงตาปรือปรอยพริ้มสวยกระพริบตาปริบๆจนแพขนตางอนยาวไหวสั่น  แต่ทั้งหมดกลับยั่วยวนให้คนตัวสูงหืมหำรับคำเบาๆ

 

“หรอ...ครับ  แย่จัง  ผมไม่หวานเลยหรอ” แกล้งรับคำอย่างเสียดาย  ใบหน้าหล่อคม  แสร้งทำเป็นผิดหวังบ้าง  เพราะรู้ว่าจากหน้าท้องเล็กที่หายใจหอบโยนแนบชิดเค้ามันไม่ใช่ความเป็นจริงเลย  แล้วไหนจะตอนแรกที่ดูดอมนิ้วเค้าอย่างเพลิดเพลิน  แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนตัวเล็กโกหก

 

“งั้นแบบนี้ดีกว่านะ” เสนอตัวแล้วก็ค่อยๆกดกายตัวเองลงกับความแข็งขืนของคนที่อยู่ใต้ร่าง  ดวงตาหวานยั่วยวนหลับลง  ก่อนจะกัดปากแน่น  เมื่อค่อยๆผลักกายตัวเองให้ดูดกลืนร่างกายใหญ่โตของอีกคนช้าๆ  ลงไปจนหมดสิ้น

 

“อือ...”

 

ครางหวานๆเมื่อความแน่นขนัดดันมาจนสุดด้วยฝีมือตัวเอง  น้ำเสียงนั้นลากยานครางจนปลายสุดนั้นเข้ามาจนได้  ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองอย่างจวนใจ  ก่อนจะกรีดยิ้มกับคนที่ยอมนอนนิ่งให้เค้าทำ?

 

“แบบนี้ดีกว่าหรือเปล่า?”

 

ถามความเห็นที่ยากจะถอนตัวกลับมา  มือหนาแต่ลงบนเอวคอด  ก่อนจะจับมันไว้ให้มั่นคง  รอยยิ้มรับจากลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร  ซองมินก็เข้าใจว่าแบบนี้คงจะโอเค

 

“แน่นจัง” ไม่รู้ว่าเป็นคำชมหรือเปล่า  กับคำเปรยเพียงเบาๆของร่างเล็กที่ยังคงนั่งคร่อมตัวนิ่งๆไม่ได้ขยับแต่ประการใด  แต่ดูเหมือนคนฟังจะรู้สึกว่ามันฟังดูเป็นคำชม

 

“ขยับสิครับ  มันจะได้แน่นกว่านี้อีก” พูดออกไปอย่างท้าทาย  และแน่นนอนว่าคนขาดสติข้างบนก็ยอมทำ

 

สัมผัสร้อนเร่าจึงเริ่มต้นอีกครา...

 

 

 

กระแทกกายแกร่งรัดแน่นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่พอ  คนตัวเล็กที่เคยคร่อมกายถึงได้เกยตักคร่อมอยู่ทั้งตัว  โดยที่ไม่ยอมหยุดพักเลยซักนาที  ความสุขสมที่ล่องลอยอยู่รอบกำจายไปทั่วทุกการเคลื่อนไหว  แรงเสียดสีที่บีบรัดตามจังหวะการหายใจ  ถึงได้ดึงให้ใครต่อใครอยากจะลิ้มลองอยู่ทุกนาที

 

เสียงครือคราหวานทุ้มดังสลับจังหวะเคล้าคลอเคลียกันไม่ได้ห่าง   ยิ่งคนตัวเล็กกระแทกกายลงมาแรงๆ  คยูฮยอนก็ยิ่งสวนกายกลับไปแรงไม่แพ้กัน  ทุกจังหวะนั้นสอดรับราวกับรู้จักรู้ใจกันมานานแรมปี  ทั้งๆที่นี่คือคำคืนแรกที่เค้าทั้งสองคนรู้จักกัน

 

“แต่จะเรียกว่ารู้จักก็อาจไม่ถูกนักเพราะแค่ชื่อของกันและกันเค้ายังไม่รู้จักกันเลย”

 

“อือ...อะ คุณลูกค้าแรงเยอะจัง” จิกเล็กลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดแน่น  ยิ่งสัมผัสแรงๆที่รุกรานทั้งช่วงล่าง  ไหนจะมือหนาที่บีบคลึงยอกอกบางของตัวเอง  ทำให้คนตัวเล็กต่อว่าอย่างพอใจ

 

“นายเองก็ยังไม่หมดแรงอีกหรอ?” เพราะโดนต่อว่าปนๆกับเป็นคำชมแบบนั้น  คยูฮยอนเลยไม่ลืมจะชมกลับ  เค้าพอรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ใช่คนแรกของค่ำคืนนี้สำหรับคนตัวเล็ก  แต่ที่ชมก็เพราะกว่าค่อนคืนที่ผ่านมา  คนตัวเล็กตรงหน้าก็ยังไม่เคยปริปากบ่นจะขอหยุดลงเลย

 

“ก็คุณลูกค้าเก่งหนิ  ผมจะยอมแพ้ได้ไง อะอือ...” ครางหวานสลับๆกับการตอบคำถามไปด้วย  แรงโยกสะโพกมนยังคงเคลื่อนไหวอยู่  แม้ว่าจะขยับช้าลงบ้างในบางจังหวะให้คนตัวเล็กได้พักหายใจในบางที

 

“เก่งแบบนี้  จะบอกชื่อได้หรือยังครับ หืม” กดจูบลงบนหน้าผากเนียนแล้วหลอกถามดวงตาปรือปรอยที่ยังคงพราวแสง  คยูฮยอนชักจะอยากรู้จักคนตรงหน้าขึ้นมาแล้วจริงๆ  ทั้งหวาน ยั่วยวน น่าลุ่มหง  แล้วยังขี้เล่น  แถมอวดเก่งซักด้วย

 

“คุณลูกค้าก็ยังไม่บอกเหมือนกัน อ่ะ...อ๊า” ถามกลับพร้อมกลับเบ้หน้าลงบ้าง  คนสวยร้ายแสนเอาแต่ใจยิ้มขี้เล่น  ก่อนจะเกลี่ยแผ่นหลังกว้าง  แล้วเริ่มลากนิ้วเป็นคำ

 

“ซองมิน”

 

นิ้วเล็กเขียนเป็นตัวหนังสือบนแผ่นหลังแบบนั้น  แต่น่าเสียดายที่ร่างสูงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนตัวเล็กไม่ได้ปัดป่ายแผ่นหลังตัวเองเหมือนทุกๆที

 

“ครับ ว่ายังไง?  ถ้าผมบอกแล้วจะบอกหรือเปล่า?” ถามเพราะยังไม่ได้รับรู้ว่าคนตัวเล็กที่กำลังเคลื่อนไหวโยกตัวตรงหน้าได้ให้คำตอบออกมาแล้ว  คยูฮยอนถามย้ำอีกที  จะมีก็แต่รอยยิ้มหวานที่เอียงคอส่งกลับมา

 

“บอกไปแล้วฮะ  เมื่อกี้ผมผมบอกไปแล้ว”

 

นิ้วชี้คนตัวเล็กจิ้มจึกที่แผ่นหลังจนคยูฮยอนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  แต่คนตัวเล็กเห็นแบบนั้นก็รีบจี๊ปากอย่างขัดใจ  ก่อนจะช้อนตามองคนตัวสูงอีกที

 

“ผมจะบอกอีกแค่ครั้งเดียวนะฮะ  คุณลูกค้าตั้งใจฟังสิฮะ”

 

นิ้วเล็กเขียนเป็นตัวหนังสือแผ่นหลังร่างสูงอีกครั้ง  และครั้งนี้คนตัวสูงได้แต่อมยิ้มกับการบอกด้วยร่างกายของคนตัวเล็กเหลือเกิน...

 

“รู้แล้วครับ  ซองมินใช่ไหม?” กดจมูกลงไปข้างปรางแก้มนิ่ม  แล้วก็ย้ำแรงหนักๆกลับไป  ทั้งร้ายกาจทั้งขี้เล่นแบบนี้มันน่าติดใจจริงๆ

 

“อืม  ก็ผมชอบใช้ร่างกายมากกว่าใช้เสียงนี่หน่า” ตอบออกมาอย่างตรงๆ จนคนตัวสูงนึกชอบพอในความเถรตรงแบบไม่คิดปิดบังด้วย

 

“คนตรงหน้ามีอะไรหลายอย่างที่เหมาะสมกับคำว่าดาวของที่นี่จริงๆ”

 

“แล้วคุณลูกค้าล่ะฮะ  จะบอกผมได้หรือยังว่าชื่ออะไร?” ช้อนสายตามาถามยั่วยวน  ก่อนจะเอาริมฝีปากตัวเองแตะลงข้างแก้มสากบ้าง  ลมร้อนจากลมหายใจ  ไอร้อนจากร่างกายที่แสนนิ่มและเย้ายวน  กำลังปลุกใจให้คยูฮยอนยอมทำตาม  ถ้าไม่ได้มีความคิดอกุศลกว่าเดิมเข้ามากั้นขวางเสียก่อน

 

“จะบอกก็ต่อเมื่อ  นายน่ะเก่งพอ...”

 

 

 

จบบทรักบนเตียงที่กระแทกตัวโยนจนปลดปล่อยแล้วหอบหายใจหนักบนเตียงกว้าง  คนตัวเล็กที่ตอนแรกถูกอุ้มมาจะชำระล้างร่างกายในห้องน้ำแคบๆ  ก็ถูกปล่อยลงบนพื้นอ่างน้ำที่มีผ้าปูที่นอนผืนหนึ่งกองเองไว้  ความนิ่มของผ้าช่วยรองรับกายบอบบางไม่ให้เสียดสีลงบนพื้นอ่างแข็งๆ  ก่อนที่สายน้ำอุ่นจะไหลหลั่งออกมา  เมื่อคนตัวสูงเปิดมันลงสู่อ่างจนเกือบเต็ม

 

“ซองมินอยากแช่น้ำไหมครับ?” ถามออกไปทั้งที่เปิดน้ำใส่ให้จนเต็มอ่างไปแล้ว  โดยไม่ได้เอาผ้าปูที่นอนผืนเก่าออก  คนตัวโตหย่อนกายลงนั่งอีกมุมหนี่งของอ่างบ้าง  ก่อนจะเทสบู่โฟมฟองนุ่มปิดบังทุกร่างกายที่อยู่ใต้น้ำไปจนหมดสิ้น  เหลือเพียงหัวไหล่ขาวนวลเนียนกับใบหน้าหวานๆที่แหงนเงยพิงขอบอ่างอย่างเหนื่อยอ่อนโผล่พ้นขึ้นมา

 

“คุณลูกค้าอยากแช่ก็บอกมา  ไม่ต้องเอาซองมินมาอ้าง” เพราะอีกคนรู้ชื่อของเค้าแล้ว  มีเพียงแต่ตัวเค้าที่ยังไม่รู้ชื่อคนตรงหน้า  ไม่รู้แม้แต่ว่าเป็นใครมาจากไหน  แต่ตอนนี้มันคงไม่สำคัญอะไรนักหรอก  ในเมื่อเราก็พอใจในกันและกัน  มันก็พอแล้วไม่ใช่หรอ?

 

“ภาพความรักเกิดในความฝัน  เราจุมพิษโดยไม่รู้จักกัน”

 

“ครับ  อยากแช่  แต่อยากแช่กับซองมินนะครับ” โอบลำตัวบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด  คนตัวเล็กถูกนั่งซ้อนหลัง  แล้วกดตัวให้พิงแผ่ไปกับแผงอกกว้าง  ความเหนื่อยล้าจากการโหมใช้ร่างกายอย่างหนักค่อยๆหายไป  เมื่อฟองน้ำถูตัวอันนุ่ม  ลูบไปตามแขนขา  รวมถึงส่วนอ่อนไหวเบา  เพราะคนตัวสูงที่อยู่ด้านหลังเป็นฝ่ายทำให้เอง

 

“เคยแต่เป็นฝ่ายทำให้แขกที่มาใช้บริการแบบนี้  พอมีคนทำให้  ซองมินก็เพิ่งรู้ว่ามันสบายตัวแบบนี้นี่เอง?”

 

“ชอบไหม หืม” เสียงทุ้มถามอยู่ข้างใบหูที่เชิดหน้าหราอวดผิวคอขาวที่เต็มไปด้วยรอยแดง  คนตัวเล็กที่ติดรอยยิ้มบนริมฝีปากแล้วหันหน้ามาจุมพิษลงบนข้างแก้มเค้าแทนคำขอบคุณ  คือคำตอบที่คยูฮยอนได้รับมันมา...

 

“ชอบสิ  ชอบมาเลย  คุณลูกค้าใจดีจัง” เพราะตัวเองกายเป็นฝ่ายได้รับการบริการแสนวิเศษเลยทำให้คนบริการนิสัยเสียแบบซองมิน  นึกติดใจทุกทีๆ

 

“แต่ซองมินรู้ไหมครับว่าของฟรีไม่ได้มีในโลก” ก้มลงจูบปรางแก้มใสที่แสนจะยั่วยวน  ก่อนที่มือหนาที่รัดอยู่รอบเอว  จะรัดแน่นขึ้นเป็นเท่าทวี  คนตัวเล็กช้อนมองด้วยดวงตาปรือปอยที่กำลังผ่อนคลาย  แต่ก็เห็นคนยิ้มร้ายพูดกลับมา

 

“ถ้าหายแหนื่อยแล้วเรามาต่อกันนะ...”

 

 

 

สายน้ำอุ่นล้นทะลักออกจากขอบอ่างน้ำ  วงน้ำแตกกระจายกระเพื่อมไอโดยรอบ  สองกายที่กระแทกตัวเข้าหากัน  ท่ามกลางอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นกว่าสายน้ำมาขึ้นทุกที  เหงื่อกาฬไหลรวมรินไปกับสายน้ำ  มองเห็นเพียงเพียงหยดน้ำที่ยังติดตรึงบ้างตามลำตัว  เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนก็เปียกลูบไปแนบใบหน้าหวานที่ยังคงจะจรดมอง

 

“คุณลูกค้านี่จริงๆเลย”

 

สบถงึมงำเพียงเบาๆกับสายตาคม  แรงรัดตอดที่ทวีความสอดคล้องรุนแรงจนต้องเผยอปากระบายอารมณ์ออกมา  เรียวมือหนาข้างหนึ่งสอดประสานไปกับฝ่ามือบาง  ให้คนตัวเล็กแต่ทว่าเล็บยาวจิกผ่านระบายอารมณ์แสนเสียวส่านอย่างไม่ปิดบัง

 

“แล้วซองมินไม่ชอบแบบนี้หรอไงล่ะครับ”

 

อย่างหาว่าเห็นแก่ตัวเลย  เรียกว่าเค้ารับรู้ใจร่างเล็กคงถูกกว่า  ลำตัวร้อนผ่าว  แถมด้วยจังหวะการตอบสนองแสนเร่าร้อนทุกครั้งที่เค้ากระแทกกายแรงจนเสียวกระสัน  กัดฟันแน่นแบบนี้  จะบอกว่าเค้าคิดไปคนเดียว  คงเกินไปหน่อย  ในเมื่อคนตรงหน้าก็ดูจะเต็มใจ  เริ่มเกมส์นี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

“อ่ะ อ่ะ ชอบ สิ ชอบมาก”

 

ช้อนดวงตาและใบหน้าที่บัดนี้เครื่องสำอางเข้มๆที่เคยถูกจรดลงบนใบหน้านั้นลบเลือนไปแล้ว  เหลือเพียงผิวขาวใสเหมือนเด็กน้อยคนนึงเท่านั้น  หากแต่ถ้าซองมินเป็นเด็กน้อยก็คงเป็นเด็กที่ทั้งแก่นทั้งเซี้ยวและเกเรจนเหมือนมีหางซาตานกำลังยื่นออกมาแทนหางเสือสาวที่หดหายไป

 

ยิ่งคนตัวสูงเหลือบยิ้มร้ายพร้อมตอบอกมาอย่างรู้ใจ  ซองมินยิ่งนึกถูกอกถูกใจขึ้นทุกที  แกนกายใหญ่โตสวนแรงแน่นลึกทั้งๆที่สายตายังจ้องมอง  จนตอกย้ำทุกสัมผัสที่ตราตรึงให้ชัดเจน  ห้วงวินาทีที่อยู่ข้างกายเหมือนมีแต่ความร้อนแรงอยู่ในเปลวไฟที่ลุกโชน  แม้ว่ารอบกายจะเป็นพื้นน้ำที่ฉ่ำเย็น

 

ยิ่งยิ้มให้กันอย่านึกรู้ใจในความเร่าร้อนของกันและกัน  ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นก็ยิ่งหนักหน่วง  สอดกายรับจังหวะนั้นรุนแรง  หัวสมองความรู้สึกสุขสมขาวโพลน  มันสุขกว่าตัวยาแสนหวานที่ตัวเองเคยได้ลิ้มลอง  ใจดวงน้อยลอยเตลิดไปแสนไกล  แล้วก็หวังว่ามันจะได้ลอยไกล  ไกลออกไปเรื่อยๆ  ถ้าไม่ได้ถูกเสียงทุ้มเรียกกลับมา  เผชิญความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า

 

“ซองมินก็ดื้อเหมือนกันนะเนี่ย?”

 

คนตัวสูงกระซิบลงบนใบหูเล็ก  ซึ่งนั่นทำให้ซองมินขมวดคิ้วเป็นปมงงๆ  ทำไมอยู่ดีๆบอกว่าดื้อ  ซองมินก็ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าต้องการจะสื่ออะไร  แต่เพียงครู่เดียวเค้าก็เฉลยคำตอบผ่านทางร่างกาย

 

มือหนาล้วงลงไปชักรูดแกนกายเล็กที่ตื่นตัวอีกครั้งทั้งๆที่ยังเกือบจะหมดแรง  ใบหน้าเล็กชาหวาบแต่ก็เห่อสีแดงขึ้นมาในทันที  ไม่ใช่ว่าไม่หนื่อย  ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่ล้า  แต่เพราะคนตรงหน้ายังไม่หยุด  เค้าก็เลยไม่พอเหมือนกัน  ก็ใช่ว่าจะรองรับอารมณ์ของเค้าโดยจะไม่รู้สึกอะไร

 

“ก็ทีคุณลูกค้ายังดื้อเลย”

 

จงใจกระแทกแรงๆกว่าเดิมให้รอยรักย้ำลึกถึงจุดกระสันจนคนฟังต้องกัดปากแน่น  น้ำในอ่างหกหายไปกว่าครึ่ง  แต่ถึงเป็นแบบนั้นคนในอ่างสองคนก็ไม่ได้สนใจ  น้ำผสมฟองสบู่แตกกระจายไปไกลเท่าไร  สติที่เคยมีของใครบางคนก็คงแตกกระจายตามไปไกลเช่นใคร

 

“ก็ยังไม่เหนื่อยหนิครับ  เหนื่อยแล้วหรอ?” ซองมินไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไปมีแรงพลังมากมายมาจากไหน  แต่กว่าค่อนคืนที่เค้ายังไม่ได้หยุดพัก  ตั้งแต่คุณชายกระเป๋าหนักเมื่อช่วงหัวค่ำ  จนมาถึงคนตรงหน้าที่แสนถูกใจ  ซองมินก็แทบจะไม่มีแรงพยุงตัวเดินอยู่แล้ว

 

“อือ แต่ก็ไม่เท่าไหร่หรอก” รับคำเบาๆ  แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมให้สัมพันธ์แนบแน่นหยุดลง  แม้บางทีมันควรจะพอได้แล้ว  แต่บางสิ่งบางอย่างก็เรียกร้องต้องการมันอยู่  และเค้าก็ไม่อยากปล่อยมันไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว 

 

“ไม่รู้ว่าหลับตาไป  แล้วคนตรงหน้าจะหายไปหรือเปล่า  ในเมื่อตอนนี้เรายังเป็นเพียงแค่คนไม่รู้จักกัน”

 

“หึหึ” สีหน้าที่อ่อนล้าลงทำให้คนตัวสูงนึกขันอยู่ในใจในความอวดเก่ง  แต่จังหวะรักก็ไม่ได้ผ่อนแรงลงเลย  ยิ่งเก่งนักเค้าก็ยิ่งชอบ  ถ้าบอกว่าไหว  เค้าก็จะยิ่งกระแทกให้แรง  ถ้าต้องการจะไปต่อ  เค้าก็จะพาคนตัวเล็กไปถึงปลายทางเอง

 

“อะอื้อ...มันระ แรงไป”

 

พอบอกว่าไหว  คนตัวโตพลิกกายลงต่ำ  ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นถูกดึงออกจนสุด  ก่อนที่ลำตัวบางจะถูกพลิกหันกลับไปนอน  แล้วก็สวนแรงกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

“คะ คุณลูก ค้า รุน ระแรงจัง”

 

ฟองสบู่นิ่มๆช่วยหล่อลื่นให้ร่างกายเล็กไหวกายได้อย่างไม่เจ็บปวดจนเกินไป  แต่คนตัวโตก็ไม่ได้ใจร้ายนัก  เมื่อเห็นฟันคมงับปากตัวเองเพราะการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทันได้ตั้งตัว  คยูฮยอนเลยเลือกจะยังเผื่อแผ่ความใจดี  โดยการเริ่มจังหวะท่าใหม่ด้วยความเชื่องช้า  แต่เลือกจะเน้นย้ำแรงๆแทนที่ความเร่าร้อนอย่างเดิมอย่างที่ตั้งใจ

 

เหมือนหัวใจที่เต้นดังตุ๊บๆจะค่อยๆผ่อนจังหวะช้าลง  ใจดวงน้อยที่แทบจะทะลักล้นอกเลยคอยสงบลง  เสียงฮัมเพลงเบาๆแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไรเหมือนจะเพรียกกระซิบอยู่ข้างใบหูจะคนเบื้องหลัง  แม้ไม่ได้มีเนื้อร้อง  มีเพียงทำนองจางๆ  ซองมินก็รู้สึกว่ามันเพราะเหลือเกิน

 

“เหนื่อยก็บอกสิ  ถ้าซองมินขาดใจตายคาอกผมจะทำยังไง”กระซิบเบาๆในลำคอ  คนที่เผลอหลับตาพริ้มก็ไม่นึกเถียงแต่อย่างไร  สัมผัสอ่อนโยนเบาๆคล้ายกำลังกล่อมให้เค้าหลับฝัน  พร้อมๆกับการเคลื่อนไหวช้าที่ดูราวกับเป็นการเต้นรำด้วยเพลงช้าๆ  ไม่ใช่จังหวะรักเร่าร้อนด้วยเสียงดนตรีร๊อคอย่างที่ผ่านมา

 

“จนบางทีเค้ารู้สึกว่ามันกำลังผ่อนคลาย”

 

ฟองสบู่เล็กๆแตะลงบนข้างแก้มของเค้าจนเป็นฟองขาว  ไม่ใช่ฝีมือใครเลย  ถ้าไม่ใช่คนเบื้องหลังที่ฮัมเพลงไป  แล้วยังจะเอามือเปื้อนสบู่มาเขี่ยแก้มเค้าเบาๆไปพร้อมกับจังหวะการกอดแน่นๆไปด้วย  ก็อยากจะหันไปเอาสบู่แตะปรางแก้มสากคืนอยู่หรอกนะ  ถ้าไม่ติดว่าคนตัวโตจับเค้าหันหลังกระแทกกายช้าๆอยู่  เค้าคงวักน้ำสบู่สาดใส่ซะหน่อยแล้ว

 

“มัน แสบนะคุณลูกค้า”

 

เสียงเพ้อฝันกำลังแทนที่เสียงครางที่เคยดังระงมก่อนหน้า  ซองมินเริ่มกลับมาพูดจาเป็นคำได้  หลังจากที่จังหวะรักผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป  คนที่เล่นฟองสบู่บนหน้าเค้าก็มองเห็นหน้าเค้าไม่ถนัดนัก  ถึงได้ปัดเจ้าโฟมฟองนุ่มมันเข้าตา  ลืมไปแล้วหรือไงว่าถึงมันจะนิ่มแต่มันก็แสบใช่ย่อยเมื่อโดนผิวบอบบางของแก้วตา

 

“หืม...แสบหรอ?”

 

จากทีสวนกายเข้าออกช้าๆ  เหมือนมันจะยิ่งแผ่วเบากว่าเดิม  ช่องทางตอดรักรู้สึกว่าความแข็งขืนที่เหนิบหนาบนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก  จนยกยิ้มขึ้นแล้วรีบเฉลยออกไป  ที่ใครบางคนอาจจะเข้าใจผิด

 

“ฟองสบู่มันเข้าตานะฮะ” ปาดป้ายคราบสบู่บนใบหน้าออก  ก่อนจะเอียงคอกลับมายิ้มสวย  มองเห็นหน้าเหรอหราของคนตัวโต  ที่เมื่อกี้เข้าใจผิดเป็นเรื่องอื่นไปเต็มๆ

 

“คุณลูกค้าลองดูบ้างสิ”  แม้แผ่นหลังเล็กจะจะยังแนบสนิทอยู่กับแผ่นอกกว้างแต่ฟองสบู่ในมือเล็กๆก็เอื้อมไปปาดใส่หน้าคนตัวโตได้ด้วยความพยายาม  ใบหน้าหล่อเหลาหันหลบทันที  เมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กจะเอาคืน  แต่ก็เพียงเท่านั้น  คยูฮยอนยังมีอีกสิ่งที่คุมเกมส์อยู่บางทีซองมินอาจจะเผลอลืมมันไป  ด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลาย

 

“ซองมินแกล้งผมกลับไม่ได้หรอกนะครับ”

 

แปะป้ายฟองสบู่ได้เพียงผ่านๆ  คนตัวโตก็เร่งจังหวะเหนิบหนาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  จนซองมินต้องกัดปากอย่างขัดใจ  สองมือเล็กโดนรวบเอาไว้ไม่ให้เอาคืน  แต่คนที่เอาคืนหนักเห็นจะเป็นคนตัวโตที่เริ่มจะแรงขึ้นๆทุกที

 

“ซนแบบนี้  ต้องปราบแรงๆไม่ให้ดื้อแล้วนะ”

 

มือเล็กที่ถูกรวบ  รวบเอาไว้ด้วยมือเดียว  ในขณะที่อีกมือก็ปรนเปรอส่วนอ่อนไหวคนตัวเล็กรุนแรงขึ้นตามช่องทางด้านหลังที่รุนแรงขึ้นเช่นกัน  แกนกายใหญ่สอบสวนจังหวะให้สะโพกสอบกระแทกกายเข้ากับสะโพกเล็ก    คนตัวเล็กต้องพยายามอ้าขาออกให้กว้างกว่าเดิม  แม้ว่าพื้นที่แคบๆของอ่างมันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยเลย

 

“กะ แกล้งก่อน นะ อ่ะ อื้อ”

 

ตัดพ้อได้ไม่เต็มคำ  เมื่ออยู่ดีๆลูกค้าหน้าหล่อก็เปลี่ยนท่าทีไป  ซองมินอยากจะบอกว่าเค้าโดนแกล้งก่อน  แต่เค้ากลับกลายเป็นคนโดนเอาคืนด้วยได้อย่างไร  คุณลูกค้าแกล้งเค้าก่อนแท้ๆเลย

 

“ไม่ได้แกล้ง ครับ มันบังเอิญ” สวนกายหนักหน่วง  ถ้าเรื่องฟองสบู่ที่เข้าตาอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ  แต่ไอ้ที่กระแทกแรงๆจนคนตัวเล็กครางสั่นลั่น  แถมตัวสั่นระริกไปหมด  คยูฮยอนยอมรับก็ได้ครับว่าแกล้ง

 

แต่คงเป็นการแกล้งที่คนสวยเต็มใจ

 

“ปะ ปล่อย มะม มือ ก่อนสิ ไม่ ถนัดเลย” เพราะสองแขนยังถูกรวบไว้กลัวจะโดนประทุษร้ายด้วยฟองสบู่  ซองมินถึงได้ขดตัวอยู่อย่างไม่ถนัดนัก  ท่าทางที่หมดทางสู้แบบนี้ไม่ใช่ตัวเค้าเลย  แต่กับลูกค้าคนนี้เค้ากับเลือกขอร้องดีๆให้ปล่อย  ไม่ใช่ปัดป่ายแรงๆแบบคนอื่น

 

“ปล่อย แล้วจะเอาสบู่มาแกล้งหรือเปล่า” จงใจถามเล็กๆ  ในขณะที่ร่างเล็กก็ครางอู้  แล้วก็ดูไม่ถนัดจริงๆที่ยังโดนรวบมืออยู่แบบนี้

 

“ปะปล่อย เถอะ” เชิดใบหน้าหรา  พร้อมกับแผ่นอกเล็กที่ยกตัวขึ้นมาอวดเนินอกเสวยเหนือผิวน้ำ  เพราะสองแขนเล็กถูกรวบไปข้างหลัง  เพราะลำตัวยังถูกเค้าควบคุม  และเพราะลำคอขาวๆยังถูกเค้าขบเม้มเบาๆ  นั่นทำให้ซองมินดิ้นอย่างทุรนทุราย

 

สุดท้ายคยูฮยอนก็ต้องยอมปล่อยแขนเล็กให้เป็นอิสระ  แขนเล็กกดลงบนหน้าขาของเค้าที่อยู่ใต้น้ำเมื่อได้รับอิสรภาพจากการถูกกักขัง  คนตัวเล็กหันมาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่เค้าน้อยๆอย่างร้ายๆ  ก่อนจะเป็นฝ่ายกระแทกกายใส่เค้าแรงๆประชด

 

“ถ้าคุณลูกค้าอยากแกล้งนักก็เอาให้พอเลย”

 

 

 

จบจากอ่างน้ำที่อุณหภูมิน้ำกำลังจะเร่าร้อนไปตามความรู้สึกของคนสองคน  คนตัวเล็กก็โดนช้อนร่างเปลือยเปล่าที่แทบจะไม่มีแรงยืนมาล้างตัวที่ฝักบัว  สองแขนโอบรอบคอคุณลูกค้าตัวสูงเอาไว้  ไม่ให้ตัวเองลื่นล้ม  ใบหน้าที่เคยหวานร้าย  ตอนนี้ซบลงบนแผงอกกว่าง  ปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวค่อยๆไหลรินล้างคราบสบู่ให้หมดจดจากร่างกาย

 

คงมีเพียงคนตัวสูงที่จดจ้องมองร่างกายสีขาวอมแดงในตอนนี้  มือหนาไล้ไปตามร่างเพื่อช่วยล้างตัวคนตัวเล็กที่ยืนเกาะเค้าแน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย  ปลายเท้าที่เขี่ยกันเบาๆทำให้เค้าอยากจะทำอะไรให้มันมากกว่านั้น  แต่มันก็คงยังไม่ใช่ตอนนี้  ที่เค้าต้องช่วยคนตัวเล็กที่โดนเค้าแกล้งจนแทบจะยืนไม่ไหวตอนนี้ให้สะอาดเสียก่อน

 

เพราะตอนนี้สองกายได้แนบชิดกันโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกเรื่องอย่างว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง  มันจึงเป็นครั้งแรกที่คยูฮยอนได้เห็นร่างกายที่งดงามจับตาอย่างชัดเจน  ไม่ใช่ร่างกายเปลือยเปล่าในห้องสีทึม  ไม่ใช่ร่างกายเหล่าร้อนภายใต้ฟองสบู่นุ่ม  แต่เป็นร่างกายเปล่าที่พราวไปด้วยหยดน้ำที่ช้อนแขนหมดแรงแนบลู่ลงกับตัวเค้าเอง

 

“ซองมินครับ” กระซิบเสียงทุ้มลงกับหูอีกครา  เพื่อเรียกคนที่ซบลงบนแผงอกอีกซักที  ตั้งแต่ช้อนตัวจับให้มายืนล้างตัว  คนตัวเล็กนี่ก็ยืนนิ่งๆงุดหน้าเข้ากับแผงอกของเค้ามาได้ซักพักแล้ว  ไม่ได้สนใจจะว่าอะไร  แม้ว่าเค้าจะเป็นฝ่ายล้างตัวให้ก็ตาม

 

“ซองมินครับ” เรียกอีกที เมื่อรู้สึกว่าการรับรู้เรื่องต่างๆของร่างเล็กดูขาดหาย  ใบหน้าหวานยังไม่ขยับตอบเค้าเลยแม้แต่ซักคำเดียว  แล้วก็ยังยืนนิ่งอยู่อย่างเดิม

 

“หืม หลับหรอ?” ถามอย่างแปลกใจ  จะว่าหมดสติก็ไม่ใช่  ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจะประคองตัวโอบคอเค้าไหวหรอกมั้ง?  ว่าแต่ทำไมไม่ตอบ?

 

“คุณลูกค้าคงจะไม่บอกว่าไม่มีอะไรในโลกได้มาฟรีแล้วขอต่อหรอกนะฮะ” ยังคงก้มหน้าชิดกับแผงอกอยู่แบบนั้น  แต่เสียงหวานอื้อๆก็เปลี่ยนเป็นคำถามกลับมา  เพราะตอนนี้คุณลูกค้าหน้าหล่อล้างตัวให้  ซองมินเลยนึกขึ้นได้ว่าบางที  มันอาจจะเหมือนกับเมื่อกี้  ที่คุณลูกค้าหน้าหล่อ  เคยบอกมาเมื่อตอนถูตัว

 

“หึหึ เปล่าหรอก” คยูฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาเพราะคำพูดช่างประชดประชันแบบนี้ได้อย่างไร  รู้ตัวอีกที  สัมผัสที่เลื่อนลูบล้างคราบสบู่ตามตัว  ดูเหมือนอยากจะกอดกายนี้เอาไว้ให้แน่นๆแทน 

 

“เพราะบางทีที่ดูร้ายๆก็มีมุมที่อ่อนแอแม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ”

 

ฟิคเรื่องนี้แบบเต็มๆ

http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443

 

กลับไปคอมเมนท์ในเด็กดีกันด้วยนะ  กลับไปอ่านต่อที่

http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=93

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet