Behind the scene Malilin Monrol [Kyumin] [Cut Version]

posted on 21 Nov 2011 18:03 by kyuyhun-sungmin

ต่อจากเนื้อเรื่องหลัก...

 

 

“ถ้าอยากดูแมน  ฮยองต้องไม่ร้องแบบนี้ครับ” เมื่อมักเน่เสียงหลักของวงมาสั่งสอนการร้องเพลงด้วยตัวเอง  คนนอนแผ่หราอยู่บนเตียงกว้างก็พยักหน้ารับฟัง

 

“เวลาผมจูบฮยอง  ถ้าฮยองอยากดูแมน  ฮยองต้องไม่ร้องร้องออกมานะครับ  ไม่งั้นฮยองจะไม่แมน” พูดเสร็จก็สาธิตตามแบบดูเหมือนมีหลักการ  ริมฝีปากหนาพรมจูบลงบนริมฝีปากบางที่ตอนนี้ยังไร้การแต่งแต้มด้วยเมคอัพใดๆ  แต่คยูฮยอนเชื่อแน่ว่า  ในวันคอนเสิร์ตรับรองว่าแฟนเค้าสวยกว่าใครอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน

 

“อือ” พยักหน้ารับทันที  ในขณะที่เจ้าเด็กแสบมันยังจูบซ้ำอยู่แบบเดิม  ในใจก็ยังงงๆ  แต่ก็เออออตามมันไปก่อน  ไม่อยากจะขัด  เดี๋ยวมันจะไม่ยอมสอน

 

“แบบนั้นแหละครับ” เมื่อเห็นอีกคนยอมทำตามอย่างว่าง่ายก็คอยๆไล่เล็มดูดกลืนความหวานแบบเนียนๆ  จากริมฝีปากบาง  ซอกคอหอมๆ  เชิงไหล่บางๆที่ช่วงนี้เจ้าตัวพยายามลดน้ำหนักให้ดูดี  จนลงมาทักทายยอดอกใต้เดรสตัวสวยที่เจ้าตัวยังใส่อยู่

 

“ผมว่าฮยองถอดมันออกก่อนดีกว่านะ  เดี๋ยวมันยับ” พูดประหนึ่งว่าหวังดีเสียเหลือเกิน  เสียงนั้นคล้ายคำสั่งเล็กๆของบทเรียนความแมนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น  ดวงตาคู่คมพยายามจะใส่ซื่อเพื่อบอกว่าตัวเองนั้นไม่คิดอะไรทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย

 

“อ่า  ฉันเปลี่ยนชุดก่อน  เดี๋ยวนายค่อยมาสอนต่อ” เด้งตัวทำท่าจะไปเปลี่ยนชุดออก  ซึ่งอีกคนที่นอนอยุ่ข้างๆก็ยอมปล่อยออกแต่โดยดี

 

ลุกขึ้นจากที่นอนได้  ก็วิ่งดุกๆไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน  ซองมินหยิบเสื้อยืดธรรมดาที่มักจะใส่ตอนอยู่หอทั่วๆไปออกมา  พร้อมๆกับกางเกงธรรมดาอีกตัว

 

  เมื่อได้ชุดที่ต้องการจะเปลี่ยนแล้ว  ก็จัดแจงเองตัวเองออกจากชุดสีขาวรัดรูป  วิกผมสีขาวฟูถูกถอดออก  ก่อนจะปลดตะขอนั่น นู่น นี่  ที่ไม่รู้ว่าทำไมไอ้ชุดนี้ถึงได้ติดเสียเยอะเหลือเกิน

 

“มาผมช่วยดีกว่าเน๊อะ” อีกคนที่เมื่อกี้ยังนอนกองอยู่บนเตียง เด้งขึ้นมาช่วยเค้าปลดตะขออย่างรวดเร็ว  หลังจากที่รู้สึกว่าเค้าทุลักทุเล  ในการเอี้ยวซ้าย หันขวา  หันไป หันมา  ยังไงก็ยังปลดออกไม่หมด  นานๆที  ไอ้หื่นมันจะน้ำใจงามนะเนี่ย?  นึกว่ามันจะเห็นเราเป็นแม่บ้านคอยดูแลมันอย่างเดียว

 

พอปลดกระดุมได้ก็พยายามเอาไอ้สายที่มันคล้องคออยู่ออก  แล้วสวมเสื้อยืดแทน  แต่ทำไมคนช่วยให้เร็ว  มันเริ่มจะช่วยให้ช้าขึ้น  เพราะเหมือนมือมันจะจงใจปัดป่ายเบาที่กระโปรงสีขาวนั้นแทน

 

“ที่เอวมีตะขอด้วยล่ะ” เสียงทุ้มบอกพร้อมกับปลดมันออก  ยังไม่ทันจะได้ใส่เสื้อก็เกือบโดนกระตุกชายกระโปรงออก  เผลอไม่ได้จริงๆเลย  เหมือนว่ามันจะมาช่วยให้ช้าลงนะ  เกือบจะได้เปลือยกายต่อหน้ามันแล้วไหมล่ะ?

 

“ไม่ต้องแล้วเดี๋ยวฉันถอดเอง” คว้าส่วนล่างของกระโปรงตัวเองเอาไว้อย่างรวดเร็ว  ในขณะที่ไอ้เด็กหื่นมันเริ่มจะเข้ามานัวเนียอีกแล้ว

 

“อ่า ครับ” ตอบรับแบบต้องแอบถอนหายใจแรงๆ  แต่ก็แรงมากไม่ได้เดี๋ยวคนสวยรู้ตัว

 

“เอ่อ เดี๋ยวก่อน  ฮยองบอกว่าฮยองจะไปตัดผมหนิ” เอ่ยแทรกระหว่างที่คนสวยกำลังเปลี่ยนชุดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ  จำได้ว่าคนตัวเล็กนี่บอกจะไปเอาผมหน้าม้า  หัวกลมๆออกให้มันสั้นลง  เพื่อจะช่วยให้หน้าหวานๆจะดูแมน

 

“อืม พรุ่งนี้ว่าจะไปตัดแล้ว” ตอบไปมือก็ยังวุ่นวายกับการเปลี่ยนชุดตัวเอง  ถ้ารู้ว่าจะลำบากขนาดนี้  ไม่ลองซะก็ดี เฮ้อ...

 

“จะตัดจริงๆหรอ  ไม่อยากให้ตัดเลย” งอแงเถียงน้อยๆ  ประหนึ่งว่าเสียดายปานจะขาดใจ  ซึ่งซองมินคงไม่รู้หรอกว่าคุณแฟนสุดที่รักไม่อยากจะให้ตัดเลยซักนิดเดียว  สงสัยทฤษฏีความแมนต้องให้อีซองมินสอนแทนมั้ยฮะ โจวคยูฮยอน?

 

“ก็เดี๋ยวดูเคะไป” เถียงไปพร้อมกับตอบกลับ  โดยไม่รู้เลยว่าไอ้ที่มันงอแงเข้ามาใกล้กำลังทำให้การเปลี่ยนเสื้อผ้าค่อยๆเปลี่ยนไป  เพราะเปลี่ยนยังไงมันก็ไม่เสร็จซะที  ถ้าคยูฮยอนยังชวนคุยแล้วค่อยยุ่งวุ่นวายอยู่แบบนี้

 

“ผมว่าอย่าเพิ่งเปลี่ยนดีกว่า  ฮยองยังไม่ลองใส่อะไรข้างในเลยใช่ป่ะ  ถ้าเกิดโดนเปิดกระโปรงขึ้นมา  ฮยองอายแย่เลยนะ” ถามเหมือนจะหวังดี  ตอนอีกคนเปลี่ยนชุดเกือบเสร็จอยู่แล้ว  นั่นทำให้คนที่กำลังจะเสร็จแล้วแทบจะแยกเขี้ยวงับหู  ที่เพิ่งจะมาบอกตอนนี้

 

“แล้วทำไมเพิ่งบอกเล่า?” เดินไปคุ้ยหากางเกงในตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง  เพราะคิดได้ว่าเมื่อกี้ตอนลองยังไม่ได้ใส่อะไรจริงๆด้วย  เออเดี๋ยวโดนเปิดขึ้นมาจริงๆ  เหล่าบรรดาภูตสีน้ำเงินจะกลายเป็นพวกถ้ำมองไปแทน (ยินดีค่ะไม่เป็นไร?)

 

“อ่า  ก็เมื่อกี้ผมลืมหนิ” ยู่หน้ายุ่งพร้อมกับทำหน้าหงอย  ไม่อยากบอกเลยว่าก็อยากจะให้กลับมาเปลี่ยนเป็นชุดเดิม  แล้วไม่ได้อยากจะถอดออกเท่าไหร่หรอก  แต่ต้องตีเนียนไปก่อน  เดี๋ยวคนสวยจะรู้ทางทัน  โจวคยูฮยอนก็แค่วางแผนให้ดูเป็นห่วง  แล้วค่อยซ่อนแผนแยบยนไว้จับปล้ำอีกที  ขึ้นบอกดีว่าอยากจะจับชุดนี้  เผลอๆคุณแฟนตัวตัวดีจะแปลงร่างจากมารีลีนเป็นโฮเก้นจับเค้าเหวี่ยงออกนอกห้องซะก่อน

 

“รู้สึกตัวเองฉลาดได้ สตีฟ จ๊อบส์มาเลย แหะๆๆๆ”

 

“อ่า  ตัวนี้น่าจะได้มั้ง?” มือบางหยิบกางเกงขาสั้นสีขาวมาทาบกับตัว  ก่อนจะเอาเดรสที่ถอดออกไปแล้วมาทาบทับอีกที  เอาให้ดูว่าชายเดรสสีขาวจะยาวคลุมปลายขากางเกงได้มันก็คงจะพอ

 

“ฮยองต้องลองดูก่อน  ใส่จริงอาจจะเห็นปลายขากางเกงก็ได้นะ” รีบเสนอความคิดก่อนที่ตัวเองจะได้จับปล้ำ  ถ้าหากพี่ชายคนนี้จะแค่ทาบชุดแล้วเก็บเข้าตู้เหมือนเดิม  นั่นแปลว่าคยูฮยอนจะหมดโอกาสทันที  ช่วงเวลานี้ต้องรีบชักนำเข้าแผนการ

 

“มันสั้นกว่าชัดๆ  ไม่ต้องลองก็ได้นะ” ยื่นหน้าหันมาให้ดู  ก่อนจะชี้ให้เห็นว่ากางเกงมันสั้นกว่าเป็นไหนๆ  จะลองทำไม

 

“ลองดูก่อน  มันไม่แน่เสมอไปหรอก” ยัดกางเกงขาสั้นใส่มือ  ก่อนจะพยายามจับอีกคนถอดเสื้อมาลองให้ได้  ช่วงเวลานาทีทองของโจวคยูฮยอนแล้วนะ  ต้องลุยเท่านั้น  ไม่งั้นอดแน่ๆ

 

มือหนาดึงปลายเสื้อยืดสีพื้นให้เลิกขึ้น  ก่อนจะดันไปจนสุดปลายขอบเตียงประหนึ่งการข่มขู่บังคับ  มือบางก็พยามจะดึงลงคว้ากลับมา  แต่ดันไปดันมาเหมือนว่าจะโดนดันมาจนถึงเตียง  ในช่วงเวลาชุลมุน  กางเกงขาสั้นสีขาวในมือตกหายไปอยู่บนพ้นห้องเรียบร้อยแล้วที่เหลืออยู่ในมือก็คงมีแค่เดรสตัวยาวสีขาวที่คยูฮยอนยังถือไว้อยู่

 

“เปลี่ยน” ออกคำสั่งอีกครั้งเมื่อสามารถดันร่างเล็กมานั่งแหมะบนเตียงได้สำเร็จ  มือที่แสนซุกซนก็ยังคะยั้นคะยอลากเสื้ออีกคนจนแทบจะหลุดออก  ติดที่ว่าเจ้าตัวก็ยังดื้อดึงไม่ยอมถอดมันออกแค่นั้นเอง

 

“ไม่เอา  มันใส่ได้  เชื่อสิ  เปลี่ยนทำไม?” เถียงทั้งที่ไม่เข้าใจ  อีกคนก็จนใจคะยั้นคะยอให้ถอดเหลือเกิน

 

“ไม่เปลี่ยนก็อยู่มันแบบนี้แหละ  ไม่ต้องนอน” ออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ  ยื้อกันไปยื้อกันมาแบบไร้เหตุผล  แต่ซองมินคงไม่รู้หรอกว่า  ถึงจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนมันก็ไม่ต้องนอนเหมือนกันนั่นแหละ  เผลอๆอย่างหลังอาจจะเหนื่อยกว่าแค่ยื้อกับมันซะอีก

 

“อ่า  เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว  อย่ามาหงี่เหง่าตอนนี้สิ คยูฮยอน” ซองมินได้แต่ต่อรองกับคุณแฟนเด็กที่เริ่มจะเอาแต่ใจ  อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้  ถ้าเล่นเกมส์ไม่ผ่านเลเวลก็จะไม่นอน  แล้วตอนนี้ก็เริ่มเอานิสัยนี้มาใช้กับเค้าแล้วด้วย  นี่ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนมีหวังคงต้องยื้อกันทั้งคืน

 

“ฮยองก็ลองสิ  ผมจะได้ไม่หงี่เหง่า” ยัดชุดใส่มือ  ก่อนเบะปาก  ทำหน้าจ๋อย  ก็เมื่อกี้เพิ่งโดนที่รักด่าว่าหงี่เหง่านี่หน่า  ใครมันจะไปยิ้มรับกันได้เล่า?

 

“ผมแค่หวงไม่อยากให้ใครเห็น  เลยต้องเช็คให้แน่ใจ” ยื่นเหตุผลยิ่งใหญ่ให้รับรู้  ก็อยากให้แต่ชุดนี้ก็จริงอยู่  แต่สามีหน้าเด็กก็ต้องเช็คความเรียบร้อยครับ

 

“อ่า...นายนี่มันจริงๆเลย” พอดูมันพุดเหตุผลออกมาอ้อนๆ  ก็เลยชักจะอ่อนกับมันได้ไงไม่รู้  มือบางยอมรับชุดกลับมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง  เมื่อกี้ยังดุใส่มันอยู่เลยหนี่หน่า  ไหง...ไปๆมาๆ  ยอมมันไปได้เนี่ย?  แค่ไอ้ประโยคทำให้ใจเต้นแรงเมื่อกี้  อีซองมินเป็นอันอ่อนยวบไปทันที  ยอมรับคำแต่โดยดี  ทั้งที่รู้ว่าลองไปยังไงมันก็ใส่ได้

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวมา” หยิบชุดได้ก็หวังว่าจะเอามันกลับไปเปลี่ยนในห้องน้ำ  แต่กลับโดนเจ้าเด็กเอาแต่ใจมันลากกลับมานั่งแหมะบนเตียงอย่างเดิม

 

“เปลี่ยนตรงนี้แหละ” สั่งเสียงเฉียบขาด  แถมยังจ้องเอาๆ  เอาแล้วไง  มันจ้องแบบจริงจังแล้วนะ  ลองเห็นสีหน้าแบบนี้  ซองมินว่าตัวเองได้ตายตอนนี้แน่ๆ  ถ้าไม่ยอมเปลี่ยน  คิดก่อนนะว่าเห็นสีหน้าแบบนี้ครั้งสุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้น  เอ่อ....คงเป็นตอนที่บอกให้มันมานอนหลังจากเล่นเกมส์ไม่ผ่านซะที  พอมันลงมานอนที  เลยเป็นอันว่าเค้าไม่ได้นอนทั้งคืน

 

“ผมยังสอนฮยองไม่จบเลยนะ  ถ้าฮยองไม่เปลี่ยน  ผมจะไม่สอนแล้ว  หรืออยากให้ผมเปลี่ยนให้” ไม่ได้ให้เวลาตัดสินใจยาวนาน  คราวนี้มือหนาที่เลิกเสื้อยืดของเค้าเลิกเสื้อเค้าอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว  ไหล่เล็กโดนดันไปแปะลงบนพื้นเตียงนุ่ม  ที่ยวบไปตามน้ำหนักที่กดลงมา   ขาสูงยาวของไอ้เด็กแสบขึ้นมากดทับหน้าขาเรียว  ก่อนลำตัวจะแนบสนิทติดกันเพราะมันดันตัวของมันเข้ามา

 

“งั้นทบทวนที่สอนไปเมื่อกี้ก่อน” ปากหนาพรมจูบแก้มนิ่มแรงๆ  ก่อนที่เสื้อยืดที่ติดตัวนั้นจะค่อยหลุดออกไป  พอซองมินจะร้องห้าม  คยุฮยอนก็หันกลับมาจ้องหน้า

 

“บอกแล้วไงครับว่าห้ามร้อง  มันดูไม่แมนนะ  ถ้าทำไม่ได้  ผมคงสอนต่อไม่ได้นะ” ว่าแล้วก็จูบกลับทดสอบความแมนต่อไป  มือซนเลื่อนขยำหน้าอกบางที่สั่นไหวน้อยๆด้วยความอึดอัด  แต่จะร้องก็ไม่ได้เพราะโดนปิดปากอยู่  และจะขยับก็ไม่ได้  เพราะไอ้คนสอนมันดันนั่งทับออนท๊อปซะจนลุกไม่ขึ้น

 

“เริ่มดูแมนขึ้นนิดนึงแล้วนะ” ยกยิ้มอย่างพอใจหลังจากตัวเองผละริมฝีปากออก  แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยชมริมฝีปากบวมช้ำที่เค้าเผลอชกชิงความหวานเสียจนหนำใจ  ในขณะที่เจ้าตัวเล็กดิ้นไปดิ้นมา  อีกมือก็ล้วงไปปลดกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่หลวมๆ  แล้วค่อยล้วงเข้าไป  สงสัยเหมือนกันว่าเริ่มปะทะกับส่วนที่ดุนดันให้รู้ว่าคนตรงหน้าเค้ายังเป็นผู้ชาย  ก็เล่นหวานซะขนาดนี้

 

“แล้วจะให้ลองไหมชุดน่ะ” โดนจะตัวแสบออกคำสั่งใส่ซะจนปั่นป่วนไปหมด  ซองมินเลยนึกขึ้นได้ว่าที่คยูฮยอนถอดเสื้อเค้ามันจะให้เค้ากลับไปลองชุดพร้อมกับกางเกงขาสั้น (มาถึงขั้นนี้มันคงจะไม่ได้ลองชุดแล้วล่ะลูก?)

 

“แล้วอยากลองไหมครับ?” ถามแบบเปิดทางให้เลือก  เอาล่ะตอนนี้ถ้าซองมินบอกว่าไม่อยากลองเค้าก็ไม่บังคับนะ  จับปล้ำชุดนี้ก็ได้  ถึงจะอยากปล้ำคนสวยในเดรสสีขาวมากกว่าก็เหอะ

 

“ลองก็ได้” รีบหาทางรอดให้ตัวเอง  อย่างน้อยตอนนี้ถ้าได้ไปลองชุดก็คงทำให้ซองมินไม่ต้องเรียนบทเรียนความเป็นแมนที่ซองมินเพิ่งรู้ตัวว่ามันโคตรเสียเปรียบเสียเหลือเกิน  กว่ามันจะสอนได้แต่ละข้อ

 

“ถ้างั้นเดี๋ยวค่อยลอง” พอคนสมัครใจจะลอง  คยูฮยอนก็เลือกจะปฏิเสธเสียแล้ว  เด็กก็งี้แหละ  เปลี่ยนใจง่าย  ฮยองต้องตามผมให้ทันหน่อยแล้วล่ะ  แต่คงยากนิดนึงอ่ะ  ก็สตีฟจ๊อบส์อย่างผมผมเกิดยุค 2011  ไม่ใช่นักร้องปี60นี่หน่า  เราต่างกันเยอะครับฮยอง

 

โยนชุดเดรสสีขาวในมือทิ้งไปข้างเตียงก่อนจะรุกหนักให้ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าเสียดสีกันเบาๆ  ริมฝีปากก็จงใจจะปิดเงื่อนไขการต่อรองด้วยความหวานที่มอบให้อีกครั้งอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย  จากที่ส่ายไปส่ายมาจะผลักออก  แต่เชื่อสิ  ฮยองน่ะดิ้นได้ไม่นานหรอก  เดี๋ยวก็เลิกดิ้นแล้วนิ่งสนิทแล้วล่ะ  แต่ผมน่ะไม่ผิดสัญญาเรื่องจะสอนหรอกนะ  เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราค่อยๆเรียนรู้ความแมนไปพร้อมๆกัน  ผมก็จะเรียนรู้ความเคะจากฮยองเอาไว้เซอร์วิสแฟนๆวอนคยูก็แล้วกันนะครับ

 

 “ถ้าฮยองอยากจะแมน  ฮยองต้องมั่นใจว่าตัวเองหล่อแบบผม” กระซิบไปทำไปแต่ก็ไม่ลืมยกย่องความหล่อของตัวเอง  ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กนี่จะฟังเข้าหูบ้างหรือเปล่า  เพราะตอนนี้ตัวแดงหน้าแดง  เหงื่อซึม  แถมหลับตาทำหน้ายั่วใส่ผมอีก  เอาเป็นว่าผมสอนแล้ว  ฮยองจะฟังไม่ฟัง  ผมก็ไม่ผิดสัญญานะ

 

“อือ” รับคำทั้งๆที่ดวงตาปรือปรอยนั้นหวานหยาดเยิ้มมอง  ซองมินคงลืมบทเรียนความแมนไปชั่วขณะ  เมื่อไอ้เด็กแสบมันยัดเหยียดอารมณ์อื่นมาแบบเนียนๆ  จนตอนนี้กลายเป็นเค้าเองที่อ่อนยวบไปให้มันขย้ำทั้งตัว

 

“วันแรกฮยองก็บอกเอลฟ์ไปเลยว่าผมหล่อขึ้น  วันที่สองก็บอกไปว่าผมหล่อกว่าเมื่อวานอีก” แนะนำประโยคหลงตัวเองให้เสร็จสรรพ  แต่เชื่อสิว่าเอลฟ์ต้องเต็มใจยอมรับแน่นอน  แค่อาจจะเถียงอยู่ในใจว่ามันน่ารักมากกว่า  เอาเป็นว่าถ้าฮยองคนสวยของผมพูดประโยคนี้ออกไป  เอลฟ์ก็ช่วยเห็นใจตอบรับหน่อยนะครับ  เดี๋ยวฮยองเค้าจะหาว่าผมหลอกเค้า

 

“ใครจะไปพูดแบบนั้น”โอบรอบคอคนตัวสูงลงมาก่อนจะชกเบาๆเพราะเริ่มไม่มีแรงที่ไหล่  ไอ้ประโยคหลงตัวเองแบบนั้น  มีแค่มักเน่หลงตัวเองอย่างโจวคยูฮยอนเท่านั้นแหละที่พูดได้

 

“เชื่อผมสิครับ” จมูกโด่งคมก้มลงเขี่ยจมูกเล็ก  ดวงตาสีนิลจดจ้องเข้าไปในดวงตาหวานที่ปรือปรอยนั่น  แหม...ก็ถ้าพูดแบบนี้เอลฟ์เค้าก็รู้แล้วล่ะว่าใครเป็นคนสอนมา

 

“แล้วไงอีก?” ไม่ตอบตกลงหรือปฏิเสธว่าจะพูดหรือเปล่า?  แต่ก็ถามต่อว่าจะสอนอะไรอีก

 

“ถ้าฮยองอยากดูแมนต้องรุกก่อน” ยังไงทฤษฏีความแมนใดๆไม่เป็นผลหรอก  แต่คยูฮยอนก็ยังจะสอนให้ต่อ  แต่คอร์สตัวๆแบบนี้  เค้าจะยอมเปลืองตัวหน่อยก็แล้วกันนะ

 

“ก็ใครๆก็เห็นฮยองเป็นเคะใช่ไหมล่ะ?  ฮยองก็ลองรุกดูบ้าง”

 

“หมายความว่านายจะยอมให้ฉันกด?” คำถามล่อแหลมถามออกมา  คือมันหมายความแบบนั้นหรือเปล่า  ไอ้ที่จะให้รุกก่อน

 

“เอ่อ ก็ประมาณนั้น  อยู่บนคอนเสิร์ต  ฮยองก็มารุกผมก่อนก็ได้นะ  ผมจะยอมเคะให้ฮยองเอง” พูดไปราวกับเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่  แต่ผมเชื่อครับว่าเอลฟ์ส่วนใหญ่เข้าใจดีครับว่ามันเป็นการให้ท่าจากคุณแฟนคนสวย  ไม่ใช่การรุกผมหรอก  แต่สอนไปให้คนสวยเข้าใจแบบนั้นแหละดีแล้ว    ยังไงผมก็ได้เปรียบเห็นๆ

 

“อ่า...ต้องทำงั้นหรอ?” คิดไปแล้วก็คิดตาม  สงสัยเค้าคงต้องทำแบบนั้นจริงๆ  เอาไงดี  เริ่มยังไงดี  จะทำได้หรอ?  เอาเป็นว่าเริ่มชี้คำว่าเราไปที่มันจะเรียกว่ารุกไอ้แสบนี่มัน  อ่า...ผมคิดไม่ออกจริงๆนะ  ว่ารุกก่อนมันจะเป็นยังไง

 

“อืม  งั้นตอนนี้ผมรุกฮยองให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ” ไม่พูดเปล่ามือหนาที่สอนไปทำหน้าที่อย่างอื่นไป  ค่อยๆดันกางเกงขาสั้นจนหลุดออก  พร้อมกับรุกหนักที่จุดไวสัมผัสเสียจนคนตัวเล็กเผลอผิดทฤษฏีข้อแรก  ถ้าฮยองรุกผมแบบนี้ในคอน  ผมล่ะรักตายเลย

 

“อ๊ะ” หลุดเสียง ออกมาเบาๆ  เข้าขั้นลืมตัว  พอนึกได้ก็รีบปิดปากตัวเองทันใด

 

“ไม่เป็นไรครับ  ตอนนี้เราอยู่กันสองคน” ยิ้มให้  ก่อนจะปลอบใจ  ขืนคืนนี้คุณแฟนไม่ร้องอะไรเลยทั้งคืนคนอึกอัดน่าดูอ่ะครับท่านผู้ชมกว่าจะจบบทเรียน

 

“อือ  ร้องแล้วจะดูไม่แมนใช่ป่ะ?” ตาแป๋วถามซื่อๆ  มันอาจจะดูซื่อไปหน่อย  แต่เหมือนว่าเจ้าตัวจะสงสัยจริงๆ

 

“ครับ ไม่แมน” ตอบไปก็อดยิ้มไม่ได้  แทนที่จะปลอบกับตอบตรงๆ  แต่ก็ยังมีประโยคหลังเสริมตามมาให้คนที่หน้างอเปลี่ยนเป็นหน้าแดงกว่าเดิม

 

“ก็แมนต่อหน้าคนอื่นอ่ะไม่เป็นไร  แต่ห้ามแมนกับผมก็พอ”

 

 

 

 

 

“อื้อ คยูปล่อยได้แล้ว  เมื่อไหร่จะสอนต่อ” มือหนารั้งแกนกายสีหวานหนักๆ  หลังจากช่วงพักบทเรียนเข้าสู่บทรักเต็มรูปแบบ  ใบหน้าคมเคลียคลอริมซอกคอ  ที่มีรอยแดงจ้ำช้ำๆ  จนกลัวว่ามันจะหายไปไม่ทันขึ้นคอนเสิร์ต  ถ้าหากเป็นแบบนั้นแย่แน่ๆ

 

“อ่า...ใจร้อนจังครับฮยอง  ผมก็สอนอยู่นี่ไง” งับใบหูร่างเล็กเบา  ยิ่งกลิ่นกายอ่อนๆที่สัมผัสไปนานยิ่งละมุนความหวานกว่าเดิม  ยิ่งอยากจะชิมจนจะกลืนกินไปทั้งตัว ถ้าไม่ติดว่าเดี๋ยวรอยพวกนี้มันจะโชว์อยู่บนผิวขาวๆของเจ้าตัวบนคอนเสริต์ล่ะก็  ผมก็จะงับให้มันแรงกว่านี้นะครับ

 

“เดี๋ยวอีกไม่กี่วันต้องถ่ายวีทีอาร์  อย่าทำรอย” ดันใบหน้าหล่อของไอ้ตัวแสบก่อนที่มันจะขย้ำตัวเค้าหนักไปกว่านี้  ก็เกือบจะเลผอปล่อยให้มันทำแรงๆอยู่หรอกนะ  ถ้าไม่ติดว่าวีทีอาร์จะต้องเปลือยกายอยู่ใต้น้ำ  โชคดีที่มันไม่ค่อยชัดก็จริง  แต่ถ้าผิวเป็นรอยมันจะไม่น่าดูนะ

 

“ครับ  ผมรู้แล้ว” รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ  แล้วก็อดเสียดายไม่ได้  งั้นแปลว่าทำรอยหนักๆตรงไหนไม่ได้เลยสินะ  คิดแล้วหวงอยู่น้อยๆเหมือนกัน  วีทีอาร์อะไร  เกือบจะจับแฟนผมแก้ผ้าอยู่แล้ว  ตอนแรกที่เห็นคอนเสปต์แทบอยากจะขว้างทิ้ง  เพราะพี่ซีวอนอยากโชว์หุ่นดีๆของตัวเอง  แล้วทำไมต้องลากแฟนผมไปเกี่ยวด้วยล่ะเนี่ย?  ถ้าไม่ติดแผลเป็นที่มันไม่หายซักที  เดี๋ยวผมก็สะบัดผ้าโชว์แทนซะเลย 

 

“ว่าไงจะสอนต่อไหม?” คนสวยเบะปากถาม  ใจจริงก็ไม่อยากจะสอนต่อเท่าไหร่แล้ว  แต่เอาเหอะสอนไปทำไปก็ดีนะ  ดูดิ๊จะแมนได้ซะแค่ไหนกันครับแฟนผม

 

“ฮยองต้องหาอุปกรณ์ที่มันทำให้ฮยองดูแมน” 

 

“อะไรอ่ะ?” ถามพลางขมวดคิ้วบางน้อยๆ  อย่างไม่ค่อยเข้าใจ  อุปกรณ์แมน มันจะคล้ายกับอุปกรณ์แปลกๆที่ไอ้เด็กนี่มันสรรหามาเล่นกับเค้าหรือเปล่า?  ถึงจะเรียกว่าอุปกรณ์แมนๆ  ใครจะเอาอุปกรณ์แบบนั้นขึ้นไปบนเวที  คอนเสิร์ตคราวที่แล้วที่เค้าเจอถุงยางบนเวที  เค้ายังให้ทึกฮยองเก็บหนีแทบไม่ทัน

 

“ฮยองคิดอะไรอยู่  ผมรู้นะ” เอ่ยจับผิดคุณแฟนคนสวยที่อยู่ดีก็มีรอยยิ้มแปลกๆขึ้นมา  ถึงแม้เค้าจะจงใจย้ำคำพูดให้คิดก็เหอะ  แต่ก็ไม่คิดว่าฮยองจะเชื่อเอาของพวกนั้นขึ้นไปบนเวทีหรอก  ใช้กันสองคนก็พอมั้ง  ไม่ต้องแบ่งใคร

 

“ผมหมายถึงกีต้าร์  ถ้าฮยองกลัวว่าชุดมันจะทำให้ฮยองดูหวานไป  ก็สะพายกีต้าร์ขึ้นไป” อธิบายให้เสร็จสรรพ  สตีฟจ๊อบอย่างเค้าจะยอมสละกีต้าร์ให้คุณแฟนคนสวยถือไปแทนละกัน  อย่างน้อยก็เอาไว้ใช้ป้องกันตัวเองจากบรรดาฮยองจอมป่วน  ที่คงหาเรื่องลวนลามแฟนเค้า  จะได้มีอุปกรณ์ป้องกันตัว  เห็นไหม โจวคยูฮยอนรอบคอบครับ

 

“อ่า...อย่างนั้นหรอ?” ไม่รู้ว่าผิดหวังหรือโล่งใจที่อุปกรณ์แมนไม่ใช่ไอ้อันที่คิด  แต่ตอนนี้ซองมินก็เป่าลมฟู่ว์ๆออกจากปาก  คงคิดอะไร?แปลกๆอยู่แน่เลย  เดี๋ยวสนองความคิดหน่อยละกันเน๊อะ

 

“แต่ผมว่าเมื่อกี้ฮยองกำลังคิดถึงอย่างอื่นใช่ไหมล่ะ  อยากใช้หรือเปล่า?” คำถามกำกวมนั้นถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์ที่คนตัวเล็กคิดถึง  และเมื่อมันทำงานเป็นอันว่า...  ซองมินผิดกฎความแมนทุกข้อทันที

 

“คยู  เอาออกไป  ไม่เอา???”

 

 

 

 

 

ร้องเสียงหลงไปได้ไม่เท่าไหร่คนตัวใหญ่ก็จงใจหยุดสอน  แล้วเปิดแรงเต็มกำลัง  จากเจ้าของฉายาออนท๊อปก็ยอมลงไปนอนข้างล่างให้เค้าได้ตะกายอยู่บนตัว  คิดแล้วก็แอบเสียใจอยู่ไม่น้อย  ที่เผลอหลุดไปให้มันจับได้ว่าคิดอะไรอยู่  เลยต้องมานอนครวญครางอยู่บนตัวมัน

 

“อืม  คยู  ไม่เอาแล้ว  เอาออกไป”

 

ความแรงของอุปกรณ์ความแมนที่ทดลองใช้แรงขึ้นจนถึงจุดสูงสุด  จะว่าไม่คุ้นเคยก็ไม่ใช่  แต่จะว่าคุ้นเคยมันก็ไม่ใช่เหมือนกัน  มือบางจิกซ้ำลงไปบนไหล่หนาที่ยังมีเสื้อผ้าครบ  มีแต่เค้าเนี่ยแหละที่โดนปลอกเปลือกทั้งตัว  เพราะไอ้เด็กนี่คิดค่าเรียนไประหว่างที่สอนไป

 

“อือ คยู.. มันกำลังทำฉันบ้า”

 

“อืม  มัน แรง...เอาออกไป”

 

เสียงสั่นพร่าพูดออกมา  ก่อนจะทุบประท้วงอกกว้าง  เพราะไม่ยอมเอาออกไปซะที  ยิ่งไอ้อุปกรณ์ความแมนของมันทำงานหนัก  อีซองมินคงต้องยิ่งทำงานหนักกว่ามัน  ก็ร่างกายเค้ามันสั่นไปหมดแล้ว  มือเล็กเอื้อมไปจับมือหนาเพื่อหวังจะเอาออก  แต่ดูเหมือนว่าคนที่กำลังควบคุมอยู่จะไม่ยอม

 

“เดี๋ยวผมเอาออกให้ครับฮยอง  แต่ฮยองคงต้องหาอะไรไปแทนที่นะ”

 

ยื่นข้อเสนอหน้าตาเฉย  พร้อมกับกดมือเข้าไปแรงกว่าเดิมจนคนตัวเล็กจิกเล็บหนักกว่าเดิม  ดวงตาปรือเยิ้มคลอด้วยน้ำด้วยความอึดอัดที่แสนทรมาน  ลำตัวบางก็ยิ่งดันตัวเองเข้ามาแนบสนิท เพราะโดนดันเข้ามาเหมือนจะยิ่งผวาเข้าไปกอดแน่นกว่าเดิม

 

“ว่าไงครับ?  เอาไงดี”

 

ถามพร้อมกับดันหนักๆ ย้ำๆอย่างเดิม  ตอนนี้คยูฮยอนคิดว่าสภาพนี้ฮยองคงหาความแมนไม่เจอแล้วล่ะ?

 

สีหน้าหวานบ่งบอกอารมณ์ไม่ถูก  ไปมาๆก็โดนมันจับกดแบบไม่รู้ตัว  หรือถึงรู้ตัวก็ดันหยุดตัวเองไม่ได้  ไม่รู้ว่าทางเลือกไหนดีกว่าระหว่างยอมให้มันเอาอุปกรณ์ความแมนของมันออกไป  กับยอมให้มันใช้ร่างกายของมันเข้ามาแทน

 

“ฮยองคิดช้าอีกแล้วนะ  อยากดูแมนต้องกล้าตัดสินใจนะ” เพิ่มบทเรียนอีกข้อ  และข้อนี้เหมือนจะท้าทายอยู่ไม่น้อย  เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กครวญครางจะเป็นจะตายอยู่แล้ว

 

“อืม  เอาของนายเข้ามา” กัดปากพูดออกมา  หลังจากที่ไอ้แสบมันถาม  ตอนนี้เค้าพอจะแมนขึ้นมาบ้างหรือเปล่า?

 

“ดีครับ  แมนมากเลย” เอ่ยชมหลังจากที่อีกคนยอมอนุญาต  แต่สภาพที่เรียกว่าดูไม่จืดของฮยองตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าแมนไปไกลแล้ว  แต่ผมจะยอมเป็นผู้ชายไม่แมนโกหกเพื่อให้ผู้ชายแมนๆ(?)แบบฮยองสบายใจละกันครับ

 

ร่างสูงปลดเข็มขัดเส้นหนาของตัวเองไม่นาน  ก็ได้ทำการสมใจ  คนตัวเล็กที่เป็นฝ่ายแมนเริ่มเข้ามารุกเค้าก่อนแบบที่สอนไว้  ขาเล็กกางออกก่อนจะเป็นฝ่ายยคลานขึ้นมาคร่อมทับร่างสูงอย่างรวดเร็ว

 

รุกก่อนแบบแมนๆเลยเน๊อะ(?)

 

“อืมคยู...”

 

เพ้อออกมาเสียงหวาน  ก่อนจะหลับตาพริ้มรัดตัวเค้าไว้แน่น  ช่องทางสีหวานดูดกลืนเข้าออกช้าๆ  ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยให้เสียงเนื้อสอดประสานดังกังวานกันไประหว่างผู้ชายแมนๆ(?)สองคน

 

“จูบผมก่อนบ้างสิ”

 

ทำหน้าแบ๋วตาโตอ้อน  คยูฮยอนจะยอมเคะอย่างแนบเนียน  ถึงแม้ว่าตอนนี้ช่วงล่างมันจะเป็นฝ่ายเค้าที่ได้ครอบครองจังหวะที่ร่างเล็กเริ่มอ่อนแรงจนไม่สามารถควบคุม  ทั้งที่ตอนแรกรีบคลานเข้าเข้ามาหาเค้าอย่างรวดเร็ว

 

“หือ?” ใบหน้าหวานงงงวยไปซักพัก  ก่อนที่ประโยคต่อไปจะตามมา

 

“จูบก่อนน่ะ  แมนจะตายไป” รืมฝีปากเล็กที่กล้าๆกลัวๆอยู่ก่อนหน้าจงใจประกบจูบลงไปในทันที  เรียวลิ้นเล็กสอดรับเข้าไปในโพรงปากอีกคน  ท่ามกลางความได้ใจของอีกคนที่ภูมิใจในความแมนของคนตรงหน้าซะเหลือเกิน  ในใจก็คิดว่าควรจะสอนอะไรอีกดี?

 

“อื้อ อ่ะ...อ๊า...ดูแมนแล้วใช่ไหม?”

 

เริ่มพูดได้ไม่เป็นศัพท์  เพราะแรงอารมณ์ที่พัดโหมกระหน่ำกำลังทำให้ร่างกายของซองมินไม่เป็นของซองมินอีกต่อไป  ถ้าไอ้คนสอนมันจะยันคงความหื่นได้คงเส้นคงวาขนาดนี้

 

“อืม อ่ะ ...ครับ”

 

ตอบรับเสียงพร่าไม่ต่างกัน  หูเค้าเริ่มอื้อแล้วล่ะ  ภาพมันก็เริ่มลางเกือบจะขาวโพลน  เพราะใบหน้าคนรักแค่เอ็อืม กำลังทำให้เค้าลืมฟังเสียงอะไรไปเลย?

 

จากการพูดคุยเรื่องบทเรียนเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงครางที่ดังสอดประสานตามจังหวะการเคลื่อนไหว  ที่ไม่รู้ไม่แน่ใจว่าใครกันแน่  ที่กำลังแมนหรือไม่แมน

 

“อื้อ คยูแรงอีกนะ”

 

“อื้อ ครับ”

 

“แบบนั้นล่ะ อื้อ”

 

“ผมก็ชอบแบบนั้นเหมือนกัน อื้อ ดีใช่ไหมล่ะ”

 

“อ๊ะ อื้อ นายนี่มัน?”

 

“มัน อะ อะ ไรครับ”

 

“นายนี่มันเคะจริงๆนะ ไหนบอกว่าห้ามร้องไง? อือ”

 

“อือ...ก็ผมมันเคะหนิ  ฮยองแมนก็อย่าครางสิ”

 

“อ๊ะ อ๊า อ๊า...”

 

“ครับฮยอง  ผมมันเคะตัวน้อยๆที่ยอมให้ฮยองแมนๆทำผมเปื้อนไปหมดแล้ว”

 

กลับไปอ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=78

ลิ้งค์หลักของเรื่องที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet