จอมนครา.. ผู้ปราชัย[Kyumin] Part3 [Cut Version]
posted on 21 May 2011 18:33 by kyuyhun-sungmin
ต่อจากเนื้อเรื่องหลัก...
“คิดจะบั่นคอข้าอย่างนั้นรึ” สุรเสียงกัมปนาทเอ่ยอย่างไม่พอใจ พร้อมๆกับที่กระบี่สูงค่านั้นถูกโยนทิ้งออกจากมือไปไกล มือหยาบโลนกดหน้าอกที่พยายามฝืนตัวขึ้นมาอย่างแรงจนผงะหงายลงไปแนบกับเตียง แรงที่ส่งมาไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย และรอยช้ำก็แดงกล่ำขึ้นเรื่อยๆเสียจนน่ากลัว
ซองมินแววตาแข็งกร้าวมองกลับอย่างไม่กลัวเกรง มันไม่ใช่วิสัยของกษัตริย์นักที่จะอ้าปากวิงวอนขอร้องเมื่อตนถูกทำร้าย ขัตติยะมานะที่มีภายในตัว ทำให้เค้าเลือกได้เพียงหนทางเดียวคือการต่อสู้เพียงเท่านั้น ไม่ใช่การร้องขอ ขอความเห็นใจ
มือป้อมรวบรวมแรงที่มีเหลืออยู่ ต่อยเข้ากลางหน้าท้องแกร่งที่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ หากแต่ร่างกายของผู้ที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็ไหวตัวเกร็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เจ็บปวดมากมายอะไร การต่อสู้ระยะประชิดทุกกระบวนท่าที่เคยร่ำเรียนมาถูกนำมาใช้ หากแต่มันไม่ง่ายเลยกับการใช้ในขณะที่ร่างกายของเค้าเสียเปรียบและอ่อนแอถึงเพียงนี้
ยิ่งซองมินเหิมเกริมต่อสู้คยูฮยอนยิ่งรู้สึกเดือดดาลที่จะเอาชนะ มือหนารวบมือเล็กที่เป็นอุปสรรคหมายจะทำร้ายเค้าด้วยการกระชากฉีกผ้าม่านข้างเตียงแท่นบรรทมมารวมมือทั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกันไว้ด้านหลังด้วยเงื่อนตาย พร้อมกับริมฝีปากหยักโน้มก้มลงไปยังกัดซอกคอขาวอย่างโลมเลีย
“เจ้าควรจะรู้ไว้ว่าเจ้าไม่ได้อยู่เหนือข้าไปเสียทุกเรื่อง เพราะอย่างน้อยตอนนี้ข้าก็อยู่เหนือร่างกายเจ้า” ใบหน้าคมละจากการสร้างรอยแดงช้ำที่ซอกคอมากระซิบที่ใบหูเล็กที่น่าหยอกเอิน หากแต่กล่าวถ้อยคำร้ายทำลายจิตใจ
ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักต่อสู้แม้มือจะถูกกักขังด้วยเศษผ้าเหนียวที่ยิ่งดึงมากเท่าไรกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกที ริ้วผ้าบาดผิวข้อมือขาวเสียจนเป็นแผลแดงที่มีเลือดซึม หากแต่ร่างกายก็ยังไม่คิดจะหยุดต่อสู้ดิ้นรน
ขาทั้งสองข้างที่ไม่ได้จะอิสระมากนัก พยายามเตะปัดป่ายร่างกายใหญ่ด้านบน หากแต่เพราะอีกฝ่ายนั่งทับโคนขาตนเองอยู่นั้น มันจึงยากเสียจนแทบจะขยับไม่ได้
ราชบุตรแห่งเยฮันนึกโกรธตนเองอยู่ไม่น้อยที่พลั้งพลาดเสียทีได้ถึงเพียงนี้ นึกย้อนกลับไปหากเค้าไม่ได้ทานยาแก้อักเสบเข้าไป เค้ายอมเจ็บปวดจากบาดแผลจนเจียนตาย ยังดีเสียกว่าต้องมาอับอายอยู่ใต้ร่างคนโอหังอย่างนี้ เค้าทำพลาดไปแล้วเสียจริง
ใบหน้าหวานราวอิสตรีแดงกล้ำขึ้นด้วยความโกรธ หากแต่ร่างกายนั้นกับอยู่นอกเหนือการควบคุม หน้าอกไหวตามแรงลูบไล้ของอีกคนที่ส่งมา ยอมรับได้เลยว่าการกระทำแบบนี้มันทำให้เจ็บปวดมากจริงๆ
คยูฮยอนไล้ใบหน้ากดจูบลงมาเรื่อยๆ แล้วยังใช้เรียวลิ้นเลียไปตามรอยแผลช้ำที่เป็นทางยาว ฤทธิ์ยาสมุนไพรขมเย็นแตะปลายชิวหา แตะมันกลับหอมหวานมากกว่าที่คิดเมื่อได้ลิ้มลอง
ราชบุตรแห่งเยฮันกัดฟันทนในทุกสัมผัสที่สัมผัสส่งลงมา ทั้งที่มันทำให้รู้สึกเจ็บเสียจนอยากเปล่งเสียงออกมา หากแต่ศักดิ์ศรีที่ตัวเองต้องรักษาไว้ทำให้ริมฝีปากนั้นเม้มแน่นลง
“แม้จะเสียเกียรติที่โดนหยาม แต่เราจะไม่เสียศักดิ์ศรีอ้อนวอนร้องขอใดๆ”
คยูฮยอนเงยหน้ามองเจ้าของร่างกายรสหวานหลังจากที่เริ่มจะสงบลงเพราะใกล้จะสิ้นสติเต็มที แววตาชิงชังรังเกียจคือคำตอบที่ถูกส่งตอบกลับมา หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้คยูฮยอนรู้สึกเสียใจ เพราะนั่นมันคือสิ่งที่เค้าต้องการ สัมผัสสกปรกจากคนที่รังเกียจที่จะติดตัวเป็นตราบาปบนร่างกายราชบุตรแห่งเยฮันไปตลอดชีวิต
ไม่นานแผงอกขาวก็โดนแต่งแต้มด้วยรอยดูดดึงผิวเนื้อมากพอๆกับที่มีรอยฟันคมงับลงมา ทุกครั้งที่ซองมินกำลังจะหมดสติลง คยูฮยอนจะกัดลงไปแรงๆบนผิวเนื้อร้อนนั่น เพื่อให้ยังไม่หมดสติไป ซองมินต้องรับรู้ทุกการกระทำ ทุกๆความเจ็บปวด ที่เค้ากำลังจะมอบให้
มือหนาหยาบกร้านจาบจ้วงลงไปบนสะโพกของซองมินอย่างย่ามใจ อีกทั้งยังขยำเคล้งคลึงอย่างรุนแรง ผ่านกางเกงผ้าเนื้อดี ซึ่งเป็นปราการไม่กี่ชิ้นที่ยังเหลืออยู่บนร่างกาย
ซองมินสะบัดตัวหนีสัมผัสทันทีที่มือหนาจับลงมาบนสะโพกของเค้าอย่างรวดเร็ว สัมผัสแปลกประหลาดกับความรู้สึกปวดมวนในท้อง มันทำให้เค้ารีบเขยิบตัวหนีอย่างทรมาน ร่างกายที่อ่อนแรงเต็มที ยังคงดิ้นขลุกขลัก อย่างที่ไม่ยอมให้ล่วงล้ำจนถึงที่สุด หากแต่มันก็หนีมือแกร่งที่แรงมหาศาลนั้นไม่พ้น
กางเกงแพรพรรณเนื้อดีถูกกระชากล่นลงจนถึงหัวเข่าไม่ต่างจากชิ้นที่อยู่ข้างใน ซองมินหุบขาเข้าหากับด้วยความอับอาย แต่คยูฮยอนก็แทรกแข้งขาตนเองเข้ามาจนได้ในที่สุด มือหนาหยิบฉวยร่างกายของซองมินอย่างจาบจ้วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ใบหน้าหวานแดงซ่านมากขึ้นเป็นเท่าทวีที่โดนสัมผัส หากแต่ไม่มีคำพูดหรือเสียงร้องใดๆออกมา
เหมือนมันมาจนเกือบจะจนหนทางเต็มที สัมผัสที่ไม่อาจจะปฏิเสธด้วยแรงที่รับมือไม่ได้ พร้อมกับที่ร่างกายของเค้าที่กลายเป็นของเล่นให้คนสกปรกหาความเพลิดเพลิน เมื่อขาข้างหนึ่งได้รับอิสระเพราะคยูฮยอนมัวแต่จาบจ้วงอยู่กับร่างกายของเค้าอยู่นั้น ซองมินจึงไม่รอช้าที่จะฟาดขาลงไปแรงๆยังแผลเดิมที่ต้นขาข้างซ้ายของคยูฮยอน
“อึก”
แรงจำนวนไม่น้อยฟาดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ตอนนี้เริ่มบวมจากอาการอักเสบเต็มที ทำให้คยูฮยอนเจ็บอย่างถึงที่สุด หากแต่แรงเพียงแค่นี้มันก็ทำได้เพียงทำให้เค้าเจ็บ หากแต่มันไม่สามารถทำให้หลุดพ้นเงื้อมือของเค้าอยู่ดี
“ที่ไม่ร้องขอกับข้าเพื่อศักดิ์ศรีหรือว่าที่จริงเจ้าชอบความรุนแรงกันล่ะ” คยูฮยอนโกรธไม่น้อยที่โดนฟาดซ้ำมายังแผล มือหนาเลื่อนกระชากกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มจนศีรษะเล็กผงะตามแรงกระชาก พร้อมกันกับแยกขาของซองมินออกและนั่งกดทับไว้อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ซองมินเล่นไม่ซื่อกับเค้าอีก
“ข้าไม่มีวันร้องขอเด็ดขาด หากการหยามเกียรติของผู้อื่นยามอ่อนแอ คือชัยชนะที่ภาคภูมิ ข้าจะไม่มีวันร้องขอความเห็นใจจากคนสกปรกเช่นนั้น” แม้จะโดนกระทำรุนแรง ถ้อยคำเด็ดเดี่ยวก็ถูกเอ่ยออกมาด้วยสายตาแน่วแน่ แม้ตอนนี้จะไม่มีแรงแม้แต่จะขยับกายได้อีกแล้ว
“หึหึ แม้ถ้อยคำเจ้าจะสวยงามเพียงใด หากแต่นั่นมันก็หมายความได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือเจ้าตกเป็นของข้า ราชบุตรแห่งเยฮัน” คยูฮยอนเอ่ยถากถางหากแต่สัมผัสจาบจ้วงก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
มือหนาลูบไล้ช่วงล่างของร่างกาย พร้อมๆกับที่อีกมือบีบเค้นยอดอกไปพร้อมกัน สัมผัสที่โดนปลุกเร้าพร้อมกันทั้งหลายทาง ทำให้ลมหายใจของซองมินแทบขาดห้วง ริมฝีปากแดงกล้ำเผยอขึ้นช่วยหายใจ ในขณะที่ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างโหยหายอากาศ พร้อมๆกับมือทั้งสองข้างที่ยังถูกรัดไว้ด้วยกันกำแน่น เพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมา
ริมฝีปากที่เย้ายวน ทำให้ราชองครักษ์ที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นคิดอยากจะลิ้มลอง ปากหยักฉวยโอกาสจังหวะที่อีกคนกำลังต้องการอากาศหายใจ ฉกชิงครอบงำลงไปบนกลีบปากอิ่มนุ่มนั้น แลกเปลี่ยนมอบผ่านลมหายใจกันอย่างดุดัน หากแต่ความพัวพันมันก็ไม่ได้ราบลื่นนัก เมื่อซองมินดิ้นรนจะผลักไสออกอย่างรุนแรง
ริมฝีปากหยักร้อนเริ่มซุกไซร้เรียวลิ้นตัวเองเข้าไปภายในเพื่อลิ้มลอง ในขณะที่สัมผัสอื่นๆทางร่างกายก็ยังดำเนินไปพร้อมกันจนซองมินเกินจะรับมันไหว ยิ่งเหมือนจะขาดใจ จึงต้องยอมเผยปากให้อีกคนเข้ามาสำรวจภายใน โดยที่จิตใจนั้นไม่ได้ต้องการ
เรียวลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดอย่างจงใจ ทุกๆความเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจที่อยู่นอกเหนือจิตสำนึก ทุกๆอย่างเป็นไปตามความต้องการเบื้องลึกของสัญชาตญาณ ทั้งๆที่ต้องการแค่เพียงการแก้แค้น หากแต่ตอนนี้ทุกสัมผัสมันกลับทำให้เค้าไม่สามารถหยุดลงได้
ไม่ต่างกันกับร่างเล็กที่ไหวสะท้านอยู่ใต้ร่างทั้งๆที่ยังไม่ได้ถูกล่วงล้ำ หากแต่ความกลัวกลับครอบงำจิตใจเสียจนสั่น แม้แววตาและคำพูดจะเด็ดเดี่ยวและมั่นใจซักแค่ไหน แต่ร่างกายที่มันอยู่นอกเหนือการควบคุมเพราะใกล้จะหมดสติเต็มที มันกลับควบคุมไม่ได้เลย
มือหนาของราชองครักษ์ชักรูดรั้งแกนกายของผู้สูงศักดิ์อย่างรุนแรง หากแต่ถูกสัมผัสกลับถูกตอบกลับด้วยความหวาดกลัว ทั้งๆที่เค้าควรจะรู้สึกดีที่ซองมินกำลังกลัว แต่ภายในใจลึกๆ เค้าเองก็กำลังต้องการให้ซองมินตอบสนองอยู่เหมือนกัน
“สุรเสียงของราชบุตรแห่งเยฮันจะไพเราะขนาดไหนกันนะ” เสียงเข้มกระซิบเย้าข้างใบหู พร้อมกับแรงมือที่จงใจบีบเค้นลงไปแรงๆ หวังจะได้ยินเสียงตอบสนอง หากแต่ฟันคมของซองมินยังคงกัดลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างแน่วแน่โดยไม่คิดจะร้องออกไป
“ข้าบอกแล้วว่า เจ้าจะไม่มีวันได้ยินมัน” ซองมินซ่อนหลบแววตาของตนเองด้วยคำพูดก้าวร้าว หากแต่มันไม่ใช่ผลดีนัก เพราะมันหมายถึงหายนะกับร่างกายของเค้าเอง
ยิ่งซองมินไม่ทำตาม ทุกๆการกระทำดูเหมือนจะยิ่งรุนแรง ร่างกายที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่ได้ต้องการแดงกล้ำไปทั่วทั้งตัว หากแต่เมื่อโดนปลุกเร้ามาจนสุดทาง คนใจร้ายกลับกุมแน่นไม่ยอมให้ปลดปล่อยเสียอย่างนั้น
“ขอร้องข้าสิ เจ้ากำลังทรมานไม่ใช่หรือ” ใบหน้าคมเลื่อนมาสบตาแน่วแน่ ที่ไม่เหลือแรงจะดิ้น และหายใจรวยรินเสียจนแทบขาดใจ หากแต่ตอนนี้ก็ไม่อาจปกปิดใบหน้าของความทรมานจากความคับแน่นที่รู้สึกอยากปลดปล่อยในร่างกายได้เลย
“ไม่มีวัน สัมผัสสกปรกเหล่านี้ข้าไม่ได้เต็มใจจะต้องการ” ซองมินปฏิเสธรวดเร็ว ทั้งๆที่ร่างกายนั้นทรมานเสียจนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ใบหน้าหวานหันเบี่ยงหลบจากคนหยาบช้าซบลงบนหมอนที่ตอนนี้มันช่างรู้สึกแข็งกระด้างมากกว่าที่เคยหนุนนอนมา
“ไม่เป็นไร ข้าก็ไม่ได้ต้องการความสมัครใจจากเจ้าอยู่แล้ว” คยูฮยอนลอบยิ้ม หากแต่ก็ยอมให้ร่างกายด้านใต้ได้ปลดปล่อย เพราะถึงอย่างไรจุดประสงค์ของเค้ามันก็คือการตีตราบาปบนตัวองค์ชายแห่งเยฮัน ยอมพ่ายแพ้ในเรื่องเล็กน้อย เพื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่มันจะเป็นไรไปเล่า?
คราบคาวขาวขุ่นข้นไหลทะลักออกมาจากร่างกายที่บิดเร่าด้วยความทรมาน ความรู้สึกอึดอัดและปวดมวนในช่องท้องมลายหายไปทันทีพร้อมๆกับสัมผัสสุดท้ายที่สัมผัสมา ใบหน้าหวานหลับตาลงอย่างอ่อนล้า เพราะคิดว่าสัมผัสสกปรกนี้มันคงจะจบลงซักที
“อึก”
ไม่ทันที่จะได้อุ่นใจดังที่คาดหวัง ดวงตาที่เพิ่งหรี่ลงไปด้วยความเหนื่อยอ่อนก็ต้องเบิกโพรง เมื่อร่างกายของเค้าถูกรุกรานจากอริราชศัตรูจนสุดทาง โดยไม่มีการเบิกทางใดๆ ช่องทางที่ไม่เคยถูกรุกล้ำเกร็งแน่น และพยายามจะกระถดตัวหนี หากแต่ยิ่งทำแบบนี้เหมือนมันจะยิ่งเข้าทางคนที่อยู่เบื้องบน
“สัมผัสเจ้าไม่เลวทีเดียว” คยูฮยอนครางออกมาอย่างไร้สติ เมื่อได้ครอบครองร่างกายสูงค่า ที่จริงมันไม่ใช่ไม่เลวทีเดียว แต่มันเป็นสัมผัสที่วิเศษมากจริงๆต่างหาก วิเศษกว่าสัมผัสใดๆที่เคยสัมผัสมา
“หยาบช้า” ซองมินสบถในสัมผัสที่แสนรังเกียจ หากแต่อุ่นร้อนเสียจนร่างกายเค้ากำลังจะแตกออกด้วยความเจ็บปวด ช่องทางเล็กไหลซึมด้วยลิ่มเลือดที่กลายเป็นสารล่อลื่นชั้นดี เมื่อไม่มีการเบิกทาง ร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันนั้นย่อมบาดเจ็บเสียสาหัส
“แต่ตอนนี้ เจ้าก็กำลังอยู่ผ่านใต้สัมผัสของคนหยาบช้า”คยูฮยอนตอบกลับ หากแต่ยังไม่ได้ขยับกายใดๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้ร่างกายเล็กนี้ปรับตัว เค้าไม่ต้องการให้ร่างกายนี้ต้องเจอความรุนแรงเสียจนหมดสติไป ซึ่งเป็นแบบนั้นมันคงไม่ดีแน่ๆ ไม่ใช่เพราะความปราณีใดๆในหัวใจ แต่เป็นเพราะเค้าต้องการให้ซองมินรับรู้ในทุกๆการกระทำที่เจ็บปวด ที่ร่างกายนี้จะไม่มีวันลืมเลือน
“ออกไปจากร่างกายของข้า” ซองมินตวาดกร้าวด้วยความเจ็บปวด แกนกายที่รุกล้ำเข้ามาขยายใหญ่เสียจนคับแน่นไปหมด จนเจ็บจุกไปจนทั่ว
“เจ้าคิดว่าข้าจะฟังคำเจ้าหรือ เจ้าน่าจะรู้ดีว่ามัน…ไม่มีวัน” สิ้นคำพูดการเคลื่อนไหวรุนแรงก็ถูกเริ่มต้นขึ้น การเคลื่อนไหวที่เป็นไปตามสัญชาตญาณโดยปราศจากความปราณีใดๆ แม้ว่าร่างกายของผู้ถูกการกระทำจะเจ็บปวดมากเพียงใด แต่มันอยู่นอกเหนือความรู้สึกของคยูฮยอน หรืออาจจะรู้สึก แต่เค้าไม่จำเป็นต้องสนใจมัน
ช่องทางเล็กที่คับแน่นตอบสนองแกนกายใหญ่โดยไม่ได้ตั้งใจ หากแต่ความเจ็บปวดรุนแรงก็ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ สัมผัสเคลื่อนไหวเสียจนตัวโยน มาพร้อมๆกับรสจูบรุนแรงที่ไม่อาจต้านทาน ยิ่งสัมผัสยิ่งหวาน ยิ่งสัมผัสยิ่งต้องการ
“ข้าควรจะจารึกรอยไว้ที่ใดอีกดี” หลังจากผละออกจากริมฝีปากที่เจ่อช้ำรุนแรง ถ้อยคำหยามเหยียดก็ถูกเอ่ยออกมาไม่หยุดหย่อน ก่อนจะรั้งตัวร่างกายเบื้องล่างที่ตอนนี้ไม่เหลือแรงที่จะขัดขืนใดๆแล้วขึ้นมาเบื้องบน โดยที่ความสัมพันธ์นั้นยังไม่ได้ตัดขาดออกจากกัน
ร่างเล็กถูกยกตัวให้คร่อมทับร่างกายแข็งแกร่งเอาไว้ โดยมีแรงส่งจากเบื้องล่างสวนทางกับน้ำหนักตัวที่ตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซองมินยังคงต้องตั้งหน้าตั้งตาเผชิญกับความจริงที่แสนเจ็บปวดอย่างไม่จบสิ้นเสียที โดยที่มีมือแกร่งประคองร่างกายอ่อนแอเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป
ริมฝีปากหยักร้อนยังจงใจจะหยอกเอินกับร่างกายส่วนอื่นๆของร่างกายที่ตนย้ายขึ้นมาอยูด้านบน เพื่อไม่ให้ซองมินหมดสติไป ยิ่งร่างกายนั้นดูจะอ่อนแรงมากเท่าไหร่ สัมผัสแรงๆก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
สะโพกมนช้ำเสียจนแทบจะไม่เหลือร่องรอยเดิม หากแต่การเคลื่อนไหวเข้าออกรุนแรงก็ยังคงดำเนินต่อไป มือหนาค่อยๆปลดเงื่อนตายที่ตัวเองเป็นคนผูกเอาไว้อย่างเชี่ยวชาญ เมื่อเป็นอิสระ มือทั้งสองข้างของซองมินก็ตกลู่ลงแนบข้างลำตัวอย่างหมดแรง
แววตาหวานช้ำยังคงมองทุกการกระทำอย่างชิงชังแต่ทว่าก็หวาดกลัว ริมฝีปากบวมช้ำมากเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำพูดใดให้ตัวเองต้องเป็นอันตรายไปมากกว่านี้อีก ที่เหลือก็แค่มีสติอันน้อยนิดรอคอยให้การกระทำรุนแรงหยาบช้านี้จบลง
สัมผัสที่แสนสุขสมส่งคยูฮยอนให้มองเห็นสวรรค์อยู่รำไร กายแกร่งเกร็งตัวแน่นก่อนที่จะส่งสัมผัสสุดท้ายเข้าไปในตัวของอีกฝ่าย คาบคาวขาวขุ่นถูกส่งเข้าไปในช่องทางรัดตอดจนไหลล้นทะลักกลับมารวมกับคาบเลือดที่ยังไม่ได้จางหายไป เมื่อสัมผัสสุดท้ายจบลง หัวกลมของคนเบื้องบนก็สิ้นสติลงบนแผ่นอกกว้างของคยูฮยอนทันที
ร่างกายช้ำจากการโดนทารุณหมดสติลงทันทีทั้งๆทีร่างกายยังพัวพันกันอยู่ คยูฮยอนเองที่ร่างกายอิดโรยมากอยู่เหมือนกันผละร่างเนื้อบนตัวเองออก พร้อมกับมองเห็นสภาพผลงานคนทีตนเองต้องการทำลายอย่างชัดเจน พร้อมกับที่แผลที่อักเสบของเค้ามันก็ทวีความเจ็บปวดมากขึ้นทุกที
ราชองครักษ์แห่งตำหนักพระธิดาใช้เวลาไม่นานในการสวมใส่เครื่องแบบกลับมาดังเดิม ก่อนจะคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมตัวร่างกายบอบช้ำบนเตียงเอาไว้ลวกๆอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อสิ่งที่เค้าต้องการจบลง มันก็ไม่มีความจำเป็นใดเค้าต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
กลับไปอ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=59
ลิ้งค์หลักของเรื่องที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443