ต่อจากเนื้อเรื่องหลัก...

 

            “คิดจะบั่นคอข้าอย่างนั้นรึ” สุรเสียงกัมปนาทเอ่ยอย่างไม่พอใจ  พร้อมๆกับที่กระบี่สูงค่านั้นถูกโยนทิ้งออกจากมือไปไกล  มือหยาบโลนกดหน้าอกที่พยายามฝืนตัวขึ้นมาอย่างแรงจนผงะหงายลงไปแนบกับเตียง  แรงที่ส่งมาไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย  และรอยช้ำก็แดงกล่ำขึ้นเรื่อยๆเสียจนน่ากลัว

 

 

            ซองมินแววตาแข็งกร้าวมองกลับอย่างไม่กลัวเกรง  มันไม่ใช่วิสัยของกษัตริย์นักที่จะอ้าปากวิงวอนขอร้องเมื่อตนถูกทำร้าย  ขัตติยะมานะที่มีภายในตัว  ทำให้เค้าเลือกได้เพียงหนทางเดียวคือการต่อสู้เพียงเท่านั้น ไม่ใช่การร้องขอ  ขอความเห็นใจ

 

 

            มือป้อมรวบรวมแรงที่มีเหลืออยู่  ต่อยเข้ากลางหน้าท้องแกร่งที่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ  หากแต่ร่างกายของผู้ที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็ไหวตัวเกร็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  โดยไม่ได้เจ็บปวดมากมายอะไร  การต่อสู้ระยะประชิดทุกกระบวนท่าที่เคยร่ำเรียนมาถูกนำมาใช้  หากแต่มันไม่ง่ายเลยกับการใช้ในขณะที่ร่างกายของเค้าเสียเปรียบและอ่อนแอถึงเพียงนี้

 

 

            ยิ่งซองมินเหิมเกริมต่อสู้คยูฮยอนยิ่งรู้สึกเดือดดาลที่จะเอาชนะ  มือหนารวบมือเล็กที่เป็นอุปสรรคหมายจะทำร้ายเค้าด้วยการกระชากฉีกผ้าม่านข้างเตียงแท่นบรรทมมารวมมือทั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกันไว้ด้านหลังด้วยเงื่อนตาย  พร้อมกับริมฝีปากหยักโน้มก้มลงไปยังกัดซอกคอขาวอย่างโลมเลีย

 

 

            “เจ้าควรจะรู้ไว้ว่าเจ้าไม่ได้อยู่เหนือข้าไปเสียทุกเรื่อง  เพราะอย่างน้อยตอนนี้ข้าก็อยู่เหนือร่างกายเจ้า” ใบหน้าคมละจากการสร้างรอยแดงช้ำที่ซอกคอมากระซิบที่ใบหูเล็กที่น่าหยอกเอิน  หากแต่กล่าวถ้อยคำร้ายทำลายจิตใจ

 

 

            ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักต่อสู้แม้มือจะถูกกักขังด้วยเศษผ้าเหนียวที่ยิ่งดึงมากเท่าไรกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกที  ริ้วผ้าบาดผิวข้อมือขาวเสียจนเป็นแผลแดงที่มีเลือดซึม  หากแต่ร่างกายก็ยังไม่คิดจะหยุดต่อสู้ดิ้นรน

 

 

            ขาทั้งสองข้างที่ไม่ได้จะอิสระมากนัก  พยายามเตะปัดป่ายร่างกายใหญ่ด้านบน  หากแต่เพราะอีกฝ่ายนั่งทับโคนขาตนเองอยู่นั้น  มันจึงยากเสียจนแทบจะขยับไม่ได้

 

 

            ราชบุตรแห่งเยฮันนึกโกรธตนเองอยู่ไม่น้อยที่พลั้งพลาดเสียทีได้ถึงเพียงนี้  นึกย้อนกลับไปหากเค้าไม่ได้ทานยาแก้อักเสบเข้าไป  เค้ายอมเจ็บปวดจากบาดแผลจนเจียนตาย  ยังดีเสียกว่าต้องมาอับอายอยู่ใต้ร่างคนโอหังอย่างนี้  เค้าทำพลาดไปแล้วเสียจริง

 

 

            ใบหน้าหวานราวอิสตรีแดงกล้ำขึ้นด้วยความโกรธ  หากแต่ร่างกายนั้นกับอยู่นอกเหนือการควบคุม  หน้าอกไหวตามแรงลูบไล้ของอีกคนที่ส่งมา  ยอมรับได้เลยว่าการกระทำแบบนี้มันทำให้เจ็บปวดมากจริงๆ

 

 

            คยูฮยอนไล้ใบหน้ากดจูบลงมาเรื่อยๆ  แล้วยังใช้เรียวลิ้นเลียไปตามรอยแผลช้ำที่เป็นทางยาว  ฤทธิ์ยาสมุนไพรขมเย็นแตะปลายชิวหา  แตะมันกลับหอมหวานมากกว่าที่คิดเมื่อได้ลิ้มลอง

 

 

            ราชบุตรแห่งเยฮันกัดฟันทนในทุกสัมผัสที่สัมผัสส่งลงมา  ทั้งที่มันทำให้รู้สึกเจ็บเสียจนอยากเปล่งเสียงออกมา  หากแต่ศักดิ์ศรีที่ตัวเองต้องรักษาไว้ทำให้ริมฝีปากนั้นเม้มแน่นลง

 

 

            “แม้จะเสียเกียรติที่โดนหยาม  แต่เราจะไม่เสียศักดิ์ศรีอ้อนวอนร้องขอใดๆ”

 

 

            คยูฮยอนเงยหน้ามองเจ้าของร่างกายรสหวานหลังจากที่เริ่มจะสงบลงเพราะใกล้จะสิ้นสติเต็มที  แววตาชิงชังรังเกียจคือคำตอบที่ถูกส่งตอบกลับมา  หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้คยูฮยอนรู้สึกเสียใจ  เพราะนั่นมันคือสิ่งที่เค้าต้องการ  สัมผัสสกปรกจากคนที่รังเกียจที่จะติดตัวเป็นตราบาปบนร่างกายราชบุตรแห่งเยฮันไปตลอดชีวิต

 

 

            ไม่นานแผงอกขาวก็โดนแต่งแต้มด้วยรอยดูดดึงผิวเนื้อมากพอๆกับที่มีรอยฟันคมงับลงมา  ทุกครั้งที่ซองมินกำลังจะหมดสติลง  คยูฮยอนจะกัดลงไปแรงๆบนผิวเนื้อร้อนนั่น  เพื่อให้ยังไม่หมดสติไป  ซองมินต้องรับรู้ทุกการกระทำ  ทุกๆความเจ็บปวด  ที่เค้ากำลังจะมอบให้

 

 

            มือหนาหยาบกร้านจาบจ้วงลงไปบนสะโพกของซองมินอย่างย่ามใจ  อีกทั้งยังขยำเคล้งคลึงอย่างรุนแรง  ผ่านกางเกงผ้าเนื้อดี  ซึ่งเป็นปราการไม่กี่ชิ้นที่ยังเหลืออยู่บนร่างกาย

 

 

            ซองมินสะบัดตัวหนีสัมผัสทันทีที่มือหนาจับลงมาบนสะโพกของเค้าอย่างรวดเร็ว  สัมผัสแปลกประหลาดกับความรู้สึกปวดมวนในท้อง  มันทำให้เค้ารีบเขยิบตัวหนีอย่างทรมาน  ร่างกายที่อ่อนแรงเต็มที  ยังคงดิ้นขลุกขลัก อย่างที่ไม่ยอมให้ล่วงล้ำจนถึงที่สุด  หากแต่มันก็หนีมือแกร่งที่แรงมหาศาลนั้นไม่พ้น

 

 

            กางเกงแพรพรรณเนื้อดีถูกกระชากล่นลงจนถึงหัวเข่าไม่ต่างจากชิ้นที่อยู่ข้างใน  ซองมินหุบขาเข้าหากับด้วยความอับอาย  แต่คยูฮยอนก็แทรกแข้งขาตนเองเข้ามาจนได้ในที่สุด  มือหนาหยิบฉวยร่างกายของซองมินอย่างจาบจ้วงโดยไม่ได้รับอนุญาต  ใบหน้าหวานแดงซ่านมากขึ้นเป็นเท่าทวีที่โดนสัมผัส  หากแต่ไม่มีคำพูดหรือเสียงร้องใดๆออกมา

 

 

                เหมือนมันมาจนเกือบจะจนหนทางเต็มที  สัมผัสที่ไม่อาจจะปฏิเสธด้วยแรงที่รับมือไม่ได้  พร้อมกับที่ร่างกายของเค้าที่กลายเป็นของเล่นให้คนสกปรกหาความเพลิดเพลิน  เมื่อขาข้างหนึ่งได้รับอิสระเพราะคยูฮยอนมัวแต่จาบจ้วงอยู่กับร่างกายของเค้าอยู่นั้น  ซองมินจึงไม่รอช้าที่จะฟาดขาลงไปแรงๆยังแผลเดิมที่ต้นขาข้างซ้ายของคยูฮยอน

 

 

            “อึก”

 

 

            แรงจำนวนไม่น้อยฟาดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ตอนนี้เริ่มบวมจากอาการอักเสบเต็มที  ทำให้คยูฮยอนเจ็บอย่างถึงที่สุด  หากแต่แรงเพียงแค่นี้มันก็ทำได้เพียงทำให้เค้าเจ็บ  หากแต่มันไม่สามารถทำให้หลุดพ้นเงื้อมือของเค้าอยู่ดี

 

 

            “ที่ไม่ร้องขอกับข้าเพื่อศักดิ์ศรีหรือว่าที่จริงเจ้าชอบความรุนแรงกันล่ะ” คยูฮยอนโกรธไม่น้อยที่โดนฟาดซ้ำมายังแผล  มือหนาเลื่อนกระชากกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มจนศีรษะเล็กผงะตามแรงกระชาก  พร้อมกันกับแยกขาของซองมินออกและนั่งกดทับไว้อีกครั้ง  เพื่อไม่ให้ซองมินเล่นไม่ซื่อกับเค้าอีก

 

 

            “ข้าไม่มีวันร้องขอเด็ดขาด  หากการหยามเกียรติของผู้อื่นยามอ่อนแอ  คือชัยชนะที่ภาคภูมิ  ข้าจะไม่มีวันร้องขอความเห็นใจจากคนสกปรกเช่นนั้น”  แม้จะโดนกระทำรุนแรง  ถ้อยคำเด็ดเดี่ยวก็ถูกเอ่ยออกมาด้วยสายตาแน่วแน่  แม้ตอนนี้จะไม่มีแรงแม้แต่จะขยับกายได้อีกแล้ว 

 

 

            “หึหึ แม้ถ้อยคำเจ้าจะสวยงามเพียงใด  หากแต่นั่นมันก็หมายความได้เพียงอย่างเดียว  นั่นคือเจ้าตกเป็นของข้า  ราชบุตรแห่งเยฮัน” คยูฮยอนเอ่ยถากถางหากแต่สัมผัสจาบจ้วงก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

 

 

            มือหนาลูบไล้ช่วงล่างของร่างกาย  พร้อมๆกับที่อีกมือบีบเค้นยอดอกไปพร้อมกัน  สัมผัสที่โดนปลุกเร้าพร้อมกันทั้งหลายทาง  ทำให้ลมหายใจของซองมินแทบขาดห้วง  ริมฝีปากแดงกล้ำเผยอขึ้นช่วยหายใจ  ในขณะที่ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างโหยหายอากาศ  พร้อมๆกับมือทั้งสองข้างที่ยังถูกรัดไว้ด้วยกันกำแน่น  เพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมา

 

 

            ริมฝีปากที่เย้ายวน  ทำให้ราชองครักษ์ที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นคิดอยากจะลิ้มลอง  ปากหยักฉวยโอกาสจังหวะที่อีกคนกำลังต้องการอากาศหายใจ  ฉกชิงครอบงำลงไปบนกลีบปากอิ่มนุ่มนั้น  แลกเปลี่ยนมอบผ่านลมหายใจกันอย่างดุดัน  หากแต่ความพัวพันมันก็ไม่ได้ราบลื่นนัก  เมื่อซองมินดิ้นรนจะผลักไสออกอย่างรุนแรง

 

 

            ริมฝีปากหยักร้อนเริ่มซุกไซร้เรียวลิ้นตัวเองเข้าไปภายในเพื่อลิ้มลอง  ในขณะที่สัมผัสอื่นๆทางร่างกายก็ยังดำเนินไปพร้อมกันจนซองมินเกินจะรับมันไหว  ยิ่งเหมือนจะขาดใจ  จึงต้องยอมเผยปากให้อีกคนเข้ามาสำรวจภายใน  โดยที่จิตใจนั้นไม่ได้ต้องการ

 

 

            เรียวลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดอย่างจงใจ  ทุกๆความเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจที่อยู่นอกเหนือจิตสำนึก  ทุกๆอย่างเป็นไปตามความต้องการเบื้องลึกของสัญชาตญาณ  ทั้งๆที่ต้องการแค่เพียงการแก้แค้น  หากแต่ตอนนี้ทุกสัมผัสมันกลับทำให้เค้าไม่สามารถหยุดลงได้

 

 

            ไม่ต่างกันกับร่างเล็กที่ไหวสะท้านอยู่ใต้ร่างทั้งๆที่ยังไม่ได้ถูกล่วงล้ำ  หากแต่ความกลัวกลับครอบงำจิตใจเสียจนสั่น  แม้แววตาและคำพูดจะเด็ดเดี่ยวและมั่นใจซักแค่ไหน  แต่ร่างกายที่มันอยู่นอกเหนือการควบคุมเพราะใกล้จะหมดสติเต็มที  มันกลับควบคุมไม่ได้เลย

 

 

            มือหนาของราชองครักษ์ชักรูดรั้งแกนกายของผู้สูงศักดิ์อย่างรุนแรง  หากแต่ถูกสัมผัสกลับถูกตอบกลับด้วยความหวาดกลัว  ทั้งๆที่เค้าควรจะรู้สึกดีที่ซองมินกำลังกลัว  แต่ภายในใจลึกๆ  เค้าเองก็กำลังต้องการให้ซองมินตอบสนองอยู่เหมือนกัน

 

 

            “สุรเสียงของราชบุตรแห่งเยฮันจะไพเราะขนาดไหนกันนะ” เสียงเข้มกระซิบเย้าข้างใบหู  พร้อมกับแรงมือที่จงใจบีบเค้นลงไปแรงๆ  หวังจะได้ยินเสียงตอบสนอง  หากแต่ฟันคมของซองมินยังคงกัดลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างแน่วแน่โดยไม่คิดจะร้องออกไป

 

 

            “ข้าบอกแล้วว่า  เจ้าจะไม่มีวันได้ยินมัน” ซองมินซ่อนหลบแววตาของตนเองด้วยคำพูดก้าวร้าว  หากแต่มันไม่ใช่ผลดีนัก  เพราะมันหมายถึงหายนะกับร่างกายของเค้าเอง

 

 

            ยิ่งซองมินไม่ทำตาม  ทุกๆการกระทำดูเหมือนจะยิ่งรุนแรง  ร่างกายที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่ได้ต้องการแดงกล้ำไปทั่วทั้งตัว  หากแต่เมื่อโดนปลุกเร้ามาจนสุดทาง  คนใจร้ายกลับกุมแน่นไม่ยอมให้ปลดปล่อยเสียอย่างนั้น

 

 

            “ขอร้องข้าสิ  เจ้ากำลังทรมานไม่ใช่หรือ” ใบหน้าคมเลื่อนมาสบตาแน่วแน่  ที่ไม่เหลือแรงจะดิ้น  และหายใจรวยรินเสียจนแทบขาดใจ  หากแต่ตอนนี้ก็ไม่อาจปกปิดใบหน้าของความทรมานจากความคับแน่นที่รู้สึกอยากปลดปล่อยในร่างกายได้เลย

 

 

            “ไม่มีวัน  สัมผัสสกปรกเหล่านี้ข้าไม่ได้เต็มใจจะต้องการ” ซองมินปฏิเสธรวดเร็ว  ทั้งๆที่ร่างกายนั้นทรมานเสียจนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ  ใบหน้าหวานหันเบี่ยงหลบจากคนหยาบช้าซบลงบนหมอนที่ตอนนี้มันช่างรู้สึกแข็งกระด้างมากกว่าที่เคยหนุนนอนมา

 

 

            “ไม่เป็นไร  ข้าก็ไม่ได้ต้องการความสมัครใจจากเจ้าอยู่แล้ว” คยูฮยอนลอบยิ้ม  หากแต่ก็ยอมให้ร่างกายด้านใต้ได้ปลดปล่อย  เพราะถึงอย่างไรจุดประสงค์ของเค้ามันก็คือการตีตราบาปบนตัวองค์ชายแห่งเยฮัน  ยอมพ่ายแพ้ในเรื่องเล็กน้อย  เพื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่มันจะเป็นไรไปเล่า?

 

 

            คราบคาวขาวขุ่นข้นไหลทะลักออกมาจากร่างกายที่บิดเร่าด้วยความทรมาน  ความรู้สึกอึดอัดและปวดมวนในช่องท้องมลายหายไปทันทีพร้อมๆกับสัมผัสสุดท้ายที่สัมผัสมา  ใบหน้าหวานหลับตาลงอย่างอ่อนล้า  เพราะคิดว่าสัมผัสสกปรกนี้มันคงจะจบลงซักที

 

 

            “อึก”

 

 

             ไม่ทันที่จะได้อุ่นใจดังที่คาดหวัง  ดวงตาที่เพิ่งหรี่ลงไปด้วยความเหนื่อยอ่อนก็ต้องเบิกโพรง  เมื่อร่างกายของเค้าถูกรุกรานจากอริราชศัตรูจนสุดทาง  โดยไม่มีการเบิกทางใดๆ  ช่องทางที่ไม่เคยถูกรุกล้ำเกร็งแน่น  และพยายามจะกระถดตัวหนี  หากแต่ยิ่งทำแบบนี้เหมือนมันจะยิ่งเข้าทางคนที่อยู่เบื้องบน

 

 

            “สัมผัสเจ้าไม่เลวทีเดียว” คยูฮยอนครางออกมาอย่างไร้สติ  เมื่อได้ครอบครองร่างกายสูงค่า  ที่จริงมันไม่ใช่ไม่เลวทีเดียว  แต่มันเป็นสัมผัสที่วิเศษมากจริงๆต่างหาก  วิเศษกว่าสัมผัสใดๆที่เคยสัมผัสมา

 

 

            “หยาบช้า” ซองมินสบถในสัมผัสที่แสนรังเกียจ  หากแต่อุ่นร้อนเสียจนร่างกายเค้ากำลังจะแตกออกด้วยความเจ็บปวด  ช่องทางเล็กไหลซึมด้วยลิ่มเลือดที่กลายเป็นสารล่อลื่นชั้นดี  เมื่อไม่มีการเบิกทาง  ร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันนั้นย่อมบาดเจ็บเสียสาหัส

 

 

            “แต่ตอนนี้  เจ้าก็กำลังอยู่ผ่านใต้สัมผัสของคนหยาบช้า”คยูฮยอนตอบกลับ  หากแต่ยังไม่ได้ขยับกายใดๆ  เพราะอย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้ร่างกายเล็กนี้ปรับตัว  เค้าไม่ต้องการให้ร่างกายนี้ต้องเจอความรุนแรงเสียจนหมดสติไป  ซึ่งเป็นแบบนั้นมันคงไม่ดีแน่ๆ  ไม่ใช่เพราะความปราณีใดๆในหัวใจ  แต่เป็นเพราะเค้าต้องการให้ซองมินรับรู้ในทุกๆการกระทำที่เจ็บปวด  ที่ร่างกายนี้จะไม่มีวันลืมเลือน

 

 

            “ออกไปจากร่างกายของข้า” ซองมินตวาดกร้าวด้วยความเจ็บปวด  แกนกายที่รุกล้ำเข้ามาขยายใหญ่เสียจนคับแน่นไปหมด  จนเจ็บจุกไปจนทั่ว

 

 

            “เจ้าคิดว่าข้าจะฟังคำเจ้าหรือ  เจ้าน่าจะรู้ดีว่ามัน…ไม่มีวัน” สิ้นคำพูดการเคลื่อนไหวรุนแรงก็ถูกเริ่มต้นขึ้น  การเคลื่อนไหวที่เป็นไปตามสัญชาตญาณโดยปราศจากความปราณีใดๆ  แม้ว่าร่างกายของผู้ถูกการกระทำจะเจ็บปวดมากเพียงใด  แต่มันอยู่นอกเหนือความรู้สึกของคยูฮยอน  หรืออาจจะรู้สึก  แต่เค้าไม่จำเป็นต้องสนใจมัน

 

 

            ช่องทางเล็กที่คับแน่นตอบสนองแกนกายใหญ่โดยไม่ได้ตั้งใจ  หากแต่ความเจ็บปวดรุนแรงก็ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ  สัมผัสเคลื่อนไหวเสียจนตัวโยน  มาพร้อมๆกับรสจูบรุนแรงที่ไม่อาจต้านทาน  ยิ่งสัมผัสยิ่งหวาน  ยิ่งสัมผัสยิ่งต้องการ

 

 

            “ข้าควรจะจารึกรอยไว้ที่ใดอีกดี” หลังจากผละออกจากริมฝีปากที่เจ่อช้ำรุนแรง  ถ้อยคำหยามเหยียดก็ถูกเอ่ยออกมาไม่หยุดหย่อน  ก่อนจะรั้งตัวร่างกายเบื้องล่างที่ตอนนี้ไม่เหลือแรงที่จะขัดขืนใดๆแล้วขึ้นมาเบื้องบน  โดยที่ความสัมพันธ์นั้นยังไม่ได้ตัดขาดออกจากกัน

 

 

            ร่างเล็กถูกยกตัวให้คร่อมทับร่างกายแข็งแกร่งเอาไว้  โดยมีแรงส่งจากเบื้องล่างสวนทางกับน้ำหนักตัวที่ตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก  ซองมินยังคงต้องตั้งหน้าตั้งตาเผชิญกับความจริงที่แสนเจ็บปวดอย่างไม่จบสิ้นเสียที  โดยที่มีมือแกร่งประคองร่างกายอ่อนแอเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป

 

 

            ริมฝีปากหยักร้อนยังจงใจจะหยอกเอินกับร่างกายส่วนอื่นๆของร่างกายที่ตนย้ายขึ้นมาอยูด้านบน  เพื่อไม่ให้ซองมินหมดสติไป  ยิ่งร่างกายนั้นดูจะอ่อนแรงมากเท่าไหร่  สัมผัสแรงๆก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 

 

            สะโพกมนช้ำเสียจนแทบจะไม่เหลือร่องรอยเดิม  หากแต่การเคลื่อนไหวเข้าออกรุนแรงก็ยังคงดำเนินต่อไป  มือหนาค่อยๆปลดเงื่อนตายที่ตัวเองเป็นคนผูกเอาไว้อย่างเชี่ยวชาญ  เมื่อเป็นอิสระ  มือทั้งสองข้างของซองมินก็ตกลู่ลงแนบข้างลำตัวอย่างหมดแรง 

 

 

            แววตาหวานช้ำยังคงมองทุกการกระทำอย่างชิงชังแต่ทว่าก็หวาดกลัว  ริมฝีปากบวมช้ำมากเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำพูดใดให้ตัวเองต้องเป็นอันตรายไปมากกว่านี้อีก  ที่เหลือก็แค่มีสติอันน้อยนิดรอคอยให้การกระทำรุนแรงหยาบช้านี้จบลง

 

 

            สัมผัสที่แสนสุขสมส่งคยูฮยอนให้มองเห็นสวรรค์อยู่รำไร  กายแกร่งเกร็งตัวแน่นก่อนที่จะส่งสัมผัสสุดท้ายเข้าไปในตัวของอีกฝ่าย  คาบคาวขาวขุ่นถูกส่งเข้าไปในช่องทางรัดตอดจนไหลล้นทะลักกลับมารวมกับคาบเลือดที่ยังไม่ได้จางหายไป  เมื่อสัมผัสสุดท้ายจบลง  หัวกลมของคนเบื้องบนก็สิ้นสติลงบนแผ่นอกกว้างของคยูฮยอนทันที

 

 

            ร่างกายช้ำจากการโดนทารุณหมดสติลงทันทีทั้งๆทีร่างกายยังพัวพันกันอยู่  คยูฮยอนเองที่ร่างกายอิดโรยมากอยู่เหมือนกันผละร่างเนื้อบนตัวเองออก  พร้อมกับมองเห็นสภาพผลงานคนทีตนเองต้องการทำลายอย่างชัดเจน  พร้อมกับที่แผลที่อักเสบของเค้ามันก็ทวีความเจ็บปวดมากขึ้นทุกที

 

 

            ราชองครักษ์แห่งตำหนักพระธิดาใช้เวลาไม่นานในการสวมใส่เครื่องแบบกลับมาดังเดิม  ก่อนจะคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมตัวร่างกายบอบช้ำบนเตียงเอาไว้ลวกๆอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก  เมื่อสิ่งที่เค้าต้องการจบลง  มันก็ไม่มีความจำเป็นใดเค้าต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป

 

กลับไปอ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=59

ลิ้งค์หลักของเรื่องที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet