Masage [Kyumin] Cut Version
posted on 28 Mar 2011 16:49 by kyuyhun-sungmin“ถ้ารู้แล้วก็กดแรงๆเลยครับ”
หลังจากที่ผมบอกแหล่งซ่อนของแห่งใหม่ แล้วแกล้งรื้อค้นกองตุ๊กตาที่นอนแอ้งแม้งรวมกับเกมส์ กระเป๋าเงิน กุญแจรถ แว่นตา อะไรก็แล้วแต่ที่ผมโยนมันไว้รวมๆกันที่เตียง ตอนกำลังจะนอน ผมก็ต้องทำหน้าจริงจังตั้งใจหาสุดฤทธิ์สุดเดช ให้ซองมินเชื่อว่าผมกำลังตั้งหน้าตั้งตาหาของ
“มาฉันช่วย นายกองไว้แถวนี้ใช่ไหมล่ะ?” พอเห็นผมตั้งหน้าตั้งตา กระต่ายน้อยน้ำใจงามเจ้าของสร้อยที่ว่าก็ปรี่เข้ามาช่วยผมค้นทันที เจ้าตัวกลมคลานสี่ขามาอยู่บนเตียงของผม ก้นกลมๆงอนๆส่ายน้อยเวลาเจ้าตัวเค้าคลานเข่าเข้ามาใกล้ๆผม เห็นแล้วอยากเอื้อมมือไปจับชะมัด แต่ผมต้องงัดเอาคาถาบทแรกออกมาใช้ก่อน เดี๋ยวรู้ตัวแล้วผมจะโดนบีบคอซ้ำสอง
“คาถาห้ามใจ”
คาถาห้ามใจที่ว่ามันก็ท่องไม่ยากหรอกครับ ก็แค่หายใจเข้าหายใจออกลึกๆ แล้วก็ห้ามใจตัวเองไว้ก่อน อย่าเผลอไปมองผิวขาวๆ เนื้อนุ่มๆ ไหนจะตาแบ๋วๆ จมูกรั้นๆ ปากยู่ๆที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว สิ่งต้องห้ามเหล่านี้ห้ามมอง เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ท่องคาถาไม่สำเร็จ
“ทำไมไม่เอาไปวางดีๆบนโต๊ะล่ะ วันหลังนายควรจะเอาของพวกนี้ไปวางบนโต๊ะนะ” คุณแม่บ้านเริ่มทำตัวบ่นจุกจิกผมราวกับผมเป็นสามีอีกแล้ว ไม่เป็นไรครับ เพราะเดี๋ยวผมจะจับทำเป็นภรรยาแล้ว ซองมินก็ได้บ่นผมทุกวันจริงๆแน่ๆ ตอนนี้ยอมฟังไปก่อน ไม่เถียงๆ แต่บ่นเสร็จซองมินก็รวบเอาของรกๆที่ผมวางกองไว้บนเตียงไปวางที่โต๊ะให้ ผมก็เลยได้แต่ยิ้มรับคำบ่นพวกนั้น ซองมินนี่ช่างเป็นแม่บ้านแม่เรือนดีจริงๆเลยว่าไหมครับ?
“แล้วไหนอ่ะสร้อย???” ซองมินคลานกลับมาหาผมอีกครั้ง ก่อนจะช้อนตามองผมที่นั่งทำหน้าหล่อพิงหัวเตียงอยู่เฉยๆ เหมือนจะนั่งมองซองมินหาซะมากกว่า ก็ตั้งแต่ซองมินคลานสี่ขาขึ้นมา ผมก็ไม่มีกระจิตกระใจเล่นละครแสร้งหาของได้แล้ว เพราะคาถาห้ามใจมันไม่ได้ผล ก็ผมน่ะจ้องเอาจ้องเอาอยู่แบบนี้ ซองมินก็ยังไม่รู้ตัวอีก
“งั้นคงหัวเตียงมั้ง?” ผมชี้ไปยังหัวเตียงที่ผมนั่งพิงอยู่ ก่อนจะแกล้งสอดส่ายสายตามองไปตามชั้นริมหน้าต่างที่หัวเตียงของผมเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้ซองมินมุดเข้ามาช่วยหา
“งือ อยู่ไหนน้า~~~” ผมแกล้งพูดออกไปราวกับบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่ผมก็ไม่ได้มองหาสร้อยเส้นนั้นต่อแล้วล่ะ ก็ใบหน้าหวานๆของคนข้างหน้านี่สิน่ามองกว่าเป็นไหนๆ แล้วไหนจะก้มๆเงยให้ชุดนอนสีฟ้าเปิดๆปิดๆเพราะสาบเสื้อที่กระดุมมันติดอยู่หลวมๆ ชวนมองให้คิดไปไกล ถ้ากอดเข้าไปคงจะอุ่นน่าดู เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมเลยต้องงัดคาถาบทที่สองออกมาใช้
“คาถาข่มใจ”
คาถาบทนี้ก็มีทฤษฏีคล้ายๆบทแรกนั่นแหละ แค่อาจจะยอมให้มองได้เพิ่มอีกนิด คิดลึกได้อีกหน่อย แล้วก็ลวนลามบ้างได้ตามโอกาส อันนี้เรียกว่าอะลุ่มอะล่วยมากกว่าเดิม
ตัวอุ่นๆของซองมินแทบจะเข้ามาชิดกับแผ่นอกของผม ก็เตียงผมมันแคบ แถมยังต้องแบ่งพื้นที่เตียงให้ตุ๊กตานอนอีกต่างหาก ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าผมไม่ได้ชอบเล่นตุ๊กตาหรอกนะ ผมไม่ได้คิขุขนาดนั้น เพียงแต่ว่าต้องพึ่งพาพวกมันมาปิดหูปิดตาตอนซองมินบ่นก็เท่านั้นเอง และเพราะไอ้ที่พื้นที่แคบๆแบบนี้แหละ อะไรๆมันถึงได้เป็นใจเหลือเกิน นี่มันใกล้ ใกล้มากเกินไปแล้วนะ ใกล้จนคาถาข่มใจมันกำลังจะไม่ได้ผลแล้วนะ งั้นผมต้องรวบรัดไปที่คาถาสุดท้ายแล้วล่ะ
“คาถาปล่อยใจ”
ว่ากันว่าเมื่ออะไรๆเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย มันมักจะเป็นเรื่องยากที่สุดเสมอ แต่ผมว่าทฤษฏีนั้นมันคงจะไม่เหมาะกับคนแบบผมซะเท่าไหร่หรอกมั้ง? ก็ทฤษฎีสุดท้ายผมมันทำง่ายที่สุดเลย คาถาปล่อยใจน่ะ ทำง่ายแสนง่าย คาถานี้มันท่องเอาไว้แค่ว่า อยากทำอะไรก็ทำเลย ตามสบาย...
“หาเจอมั้ยครับ ซองมิน” เสียงทุ้มๆของผมจงใจกระซิบเบาๆที่ข้างหูแดงๆนั้น ในขณะที่ตอนนี้ซองมินมองผ่านเลยตัวผมไปสนใจชั้นวางของข้างหลัง ผมก็ยังแอบขโมยสูดกลิ่นแป้งเด็กบางๆที่ยังลอยกรุ่นอยู่รอบๆตัวซองมินได้
“ไม่เจออ่ะ แน่ใจหรอว่าวางไว้ตรงนี้” เสียงหวานๆ ที่ยังชวนเคลิ้มตอบกลับมา แต่ผมไม่ได้สนใจเนื้อหาในประโยคเท่าไหร่หรอก ก็คนที่ตั้งหน้าตั้งตาหาน่ะ ไม่ได้หันลงมามองดูตัวเองเลยว่าชุดนอนตัวเองน่ะเลิกสูงขึ้นมาแค่ไหนแล้ว
“ก็คิดว่าใช่นะตรงนี้นะ” ผมตอบกลับไป ในขณะที่หันไปมองคนที่ชะเง้อชะแง้หาของอยู่ด้านบนตัวผม ท่าทีที่ซองมินคงไม่คิดอะไรเวลาเข้ามาใกล้ผมแล้วหาของ แต่คงไม่รู้ว่าผมน่ะคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว
“งั้นก็ต้องทำให้คิดเหมือนกันกับผมสินะ”
“ผมว่าเดี๋ยวผมค่อยหาดีกว่า ซองมินคงเมื่อยแล้วไม่ต้องหาหรอก” ผมฉุดตัวคนที่กำลังลุกยืนหาของค้ำหัวผมอยู่ให้นั่งลงมา ก่อนจะกดไหล่ให้นั่งลงบนตักผมเอง ท่าทีที่ซองมินหน้ายู่หันกลับมาถาม คับคล้ายคับคลาว่าจะถามว่าลากลงมานั่งทำไม? ซึ่งผมก็ได้แต่ทำตาใสๆ แล้วก็ยิ้มอย่างใสซื่ออีกครั้ง
“อือ งั้นนายก็รีบไปหามาคืนฉันซิ๊~~~” ปากยู่ๆบ่นกระปอดกระแปด พร้อมกับกำลังจะเขยิบออกห่าง ด้วยระยะที่เป็นอยู่มันเหมือนจะใกล้เกินไปกับคำว่าพี่น้องที่มันควรจะเป็น ถึงมันจะเอ่อ..ผู้ชายเหมือนกันก็เถอะ แต่เกือบจะซ้อนอยู่บนตักมันก็คงรู้สึกแปลกๆใช่ไหมล่ะ?
“ซองมินเริ่มรู้สึกแปลกๆเหมือนที่ผมรู้สึกหรือยังนะ? ถึงได้หน้าแดงขึ้นมาอย่างนี้”
“เดี๋ยวผมหาให้แน่นอน แต่ตอนนี้เดี๋ยวผมนวดให้ไถ่โทษที่ผมทำให้ซองมินต้องลำบากลุกมาหาแต่เช้าละกัน” เสียงทุ้มๆเอ่ยเบาๆ ทุกทีผมก็ว่าเสียงผมเพราะอยู่แล้วนะ แต่ว่านี้ขอดัดจริตทำให้มันฟังเพราะมากกว่าเดิมอีกเท่าตัวเลย เสียงเวอร์ชั่นนี้มีเอาไว้ใช้เวลาแบบนี้เนี่ยแหละ แต่เดี๋ยวจะเพราะกว่านี้อีกนะ ถ้าซองมินจะครางเสียงเพราะๆให้ผมฟัง
“เออ ดีเหมือนกัน ฉันกำลังเมื่อยเลย” กระต่ายน้อยเห็นดีเห็นงามด้วย ในเมื่อวันนี้ไอ้เด็กแสบที่ไม่ค่อยจะยอมทำอะไรนอกจากเล่นเกมส์ รู้จักหัดทำตัวให้เป็นประโยชน์ มาช่วยนวดไหล่ให้เค้า พอมันอ้อนแบบนี้ซองมินก็ใจอ่อนอยู่แล้ว แหม...ก็ดูมันทำเสียงเข้า ลากหวานซะเกินทน
“ซองมินคงไม่รู้ว่ากำลังคิดผิดเข้าแล้วเต็มๆที่หลงไปให้ไอ้มักเน่นวดให้ เพราะมันจะไม่ใช่แค่นวดเนี่ยสิ???”
“หมับ”
ฝากมือสากลากลงเบาตรงเชิงไหล่นิ่มๆ จงใจลงแรงลงไปนวดเคล้นเบาๆ พร้อมกับที่แอบกระตุกกระดุมเม็ดบนๆออกด้วยอย่างค่อยเป็นค่อยไป พอเสื้อเริ่มเผยออกกว้าง จากที่ก็กว้างอยู่แล้ว มือซนๆมันก็เริ่มไล่สัมผัสไปตามแผ่นหลังสีขาว แล้วก็ลงน้ำหนักให้พอดี ราวกับตั้งหน้าตั้งตานวด คนที่เคลิ้มไปก็ยังไม่ได้รู้สึกตัว ว่าตอนนี้ไอ้เด็กแสบมันกำลังทำให้เคลิ้ม
“นวดแค่ไหล่ก็พอ” ซองมินเอ่ยออกมาเบาๆ หลังจากที่มือของอีกคนชักจะล้วงลงไปตามแนวกระดูกสันหลังของตัวเอง ก็รู้สึกสบายดีอยู่หรอกนะ แต่เอ่อ... มันชักจะล้วงเยอะเกินไปหรือเปล่า รู้สึกแปลกๆ ฝ่ามือคยูฮยอนมันก็ร้อนแปลกๆ แล้วเหมือนว่ามือปลาหมึกมันชักจะลูบไล้ มากกว่าจะนวดแล้วด้วยนะ
“ผมเคยอ่านเจอมา ว่านวดแบบนี้แล้วมันจะสบายจริงๆนะ ผมลองทำให้ซองมินคนแรกเลย” คนชักจูงก็ยังคนชักจูงต่อไปแบบเนียนๆ สัมผัสร้อนที่ลากไปพร้อมๆกับนวดไปด้วย ทำให้อีกคนชักจะเชื่อได้โดยไม่ยาก
“อ่า งั้นหรอ งั้นลองดูก็ได้” นั่นแหละครับกระต่ายน้อยหลงลมก็ติดกับจนได้ ตอนนี้อาจจะสบายก็จริงอยู่ แต่ถ้าเอ่ยปากอนุญาตมันไปขนาดนี้แล้วล่ะก็ หลังจากนี้ต้องเมื่อยมากกว่าเดิมแน่ๆ เพราะไอ้เด็กแสบจะไม่ยั้งแล้วนะครับ
“งั้นลองดูละกันนะครับ” เสียงทุ้มๆเป่าลงบนใบหูพร้อมกับเป่าลมร้อนๆให้ตัวเองผ่อนคลาย แต่เหมือนคนที่ถูกนวดอยู่จะสะดุ้งขึ้นมาน้อยๆ มือที่ลากไปตามแผ่นหลัง เริ่มเลื่อนมาจับรอบเอวข้างหน้า ก่อนจะรวบมันอาไว้ แล้วขยำเบาๆ
“อือ มันต้องนวดทั้งตัวเลยหรือไงเนี่ย?” ซองมินทักท้วงขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อคนที่กำลังนวดหลังอยู่เลื่อนมือมาจับหน้าท้องของเค้าขยำเบาๆ ถ้ามันไม่ได้บอกว่ากำลังนวดพิสดารอะไรอยู่เนี่ย? เหมือนกับว่าไอ้เด็กนี่มันกำลังกอดเค้าอยู่เลยนะ
“ครับก็ต้องนวดแบบนี้แหละ อาจจะรู้สึกแปลกๆหน่อย แต่ผมอยากทำให้ซองมินจริงๆนะ ชดเชยที่ผมหาสร้อยมาคืนซองมินไม่เจอไง?”
“เรื่องนั้นน่ะ เดี๋ยวนายค่อยหามาคืนฉันก็ได้” ดวงตาคู่โตหลับตาพริ้ม รู้สึกสบายจริงๆด้วย แต่อืม...มันก็รู้สึกร้อนแปลกๆไปด้วย ไอ้เด็กบ้านี่มันไปหัดเรียนนวดมาจากไหนฟะเนี่ย???
“ถ้าซองมินรู้สึกสบาย อยากจะร้องออกมาก็ได้นะครับ” เป็นอีกครั้ง ที่เสียงทุ้มกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ข้างใบหูนุ่ม ก่อนมือที่ลูบไล้เคล้นคลึงเบาๆตรงหน้าท้องจะค่อยๆเลื่อนลงไปเรื่อยๆ
“หืม ทำอะไรน่ะ”ซองมินสะดุ้งตัวขึ้นมาน้อยๆ เมื่อไอ้เด็กแสบเนี่ย มันชักจะนวดเลยเถิดไปใหญ่ มันเกินไปกว่านวดแล้วหรือเปล่าคยูฮยอน นายกำลังจะทำอะไรน่ะ? ล้วงลงต่ำไปหรือเปล่า?
“ก็แค่กำลังทำให้ซองมินรู้สึกดีไงครับ” ใบหน้าหล่อคมของของผมก้มลงไปซุกเบาๆตรงซอกคอหอมหวานที่จ่อตรงหน้า และแม้ว่าเหมือนกระต่ายน้อยตรงหน้าจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว มันก็คงช้าไปแล้วล่ะ ในเมื่อเหมือนว่าซองมินเองก็คงจะรู้สึกเหมือนผมไปแล้ว ไม่งั้นมันคงไม่ตื่นแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ???
“ทำอะไรน่ะ” เสียงร้องเครือๆ ไม่เต็มเสียงที่ผมได้ยินเนี่ย? มันไม่เหมือนว่าอยากจะให้หยุดเลยนะ ไม่ห้ามงั้น...ไอ้เด็กแสบอย่างผมก็ไม่หยุดหรอกนะ แต่ถึงจะห้ามก็ไม่หยุดหรอก คาถาปล่อยใจมันสอนเอาไว้ว่า ต้องทำแล้ว ทำให้สำเร็จด้วย ไม่งั้นไม่หยุด ขอโทษทีนะครับกระต่ายน้อยของผม ก็ปลุกผมตื่นก็ต้องรับผิดชอบผมสิครับ
มือผมล้วงลงต่ำเรื่อยๆ ต่ำไปจนผ่านไปชั้นในสีขาวไปตามต้นขาขาวสวยแล้วก็ล้วงลงต่ำเคล้นคลึงมันเบาๆ ตามจังหวะที่อยากให้มันดำเนินไป ต้นคอขาวๆก็เริ่มมีรอยน้อยๆ แต่ริมฝีปากของซองมินกลับเม้นแน่นสนิท กลั้นเสียงเอาไว้อย่างนั้น
“อืมเวลาเราผ่อนคลาย เราร้องออกมาได้นะครับ ซองมิน”
“ผ่อนคลายบ้าอะไรเล่า?” เสียงงึมงำเบาๆแต่ก็เถียงได้ไม่เต็มปาดเต็มคำดังขึ้น กระต่ายตัวน้อยหน้าแดงแปร๊ด ยิ่งพอก้มลงมาเห็นว่าชุดนอนแสนสบายของตัวเองโดนปลดกระดุมหายไปแล้วกว่าครึ่ง ก็ยิ่งหน้าแดงไปกันใหญ่ แต่จะปัดป้องก็เหมือนจะไม่ทันแล้ว ในเมื่ออีกมือมันนวดเคล้นเบาๆอยู่ตรงอันเดอร์แวร์สีขาว จนยากจะถอนตัวออกมาจากสัมผัสได้ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าหลวมตัวไปมากเต็มที ใครว่าผ่อนคลาย มันชักจะรู้สึกอึดอัดต่างหาก
“ถ้าซองมินอึดอัด ผมถอดออกนะ” ประหนึ่งผมอ่านใจคนได้ใช่ไหม? ที่จริงไม่ใช่หรอก ไม่ใช่ผู้วิเศษที่ไหนก็สามารถอ่านใจกระต่ายน้อยตรงหน้าได้ทั้งนั้นว่าจะรู้สึกอึกอัดแค่ไหน ก็มันแสดงอาการออกมาซะขนาดนั้น อาการที่เป็นเหมือนๆกันแบบนี้ ผมรู้ดีว่าต้องอึกอัดแน่ๆ งั้นเดี๋ยวไอ้เด็กแสบคนนี้จะถอดให้นะครับ จะได้ไม่อึดอัดไง? ^^”
“ก็ตอนนี้ซองมินคงจะคิดเหมือนกันกับผมแล้วสินะ”
“อือ อ๊า...” เสียงหวานครางแผ่วเบาออกมาจนได้ เมื่อความร้อนในกายชักจะปะทุขึ้นมาทุกที ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเมื่อผมก้มลงดูดเม้มสร้างรอยตามลำคอขาวๆที่นุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัว กอดแล้วถึงได้รู้ว่าซองมินน่ะตัวนิ่มทั้งตัวเหมือนตุ๊กตาขนฟูเลยล่ะ แถมยังหอมจางๆซะด้วยนะ อืม....
ในขณะที่มือของผมก็ปลดพันธนาการด้านล่างที่มันดูช่างแสนอึดอัดออกให้ด้วย เห็นไหมล่ะ??? ว่าต้องรู้สึกดีแน่ๆที่ให้ผมนวดให้แบบนี้ ซองมินถึงได้ครางหวานขนาดนี้
“อืม สบายตัวขึ้นไหม?” ผมถามไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้ได้รับคำตอบใดๆมาเป็นคำตอบเลย นอกจากหน้าแดงๆที่แดงขึ้นกว่าเก่า ไม่ใช่สิตอนนี้เหมือนว่าจะแดงลามลงไปถึงคอแล้วก็ไปถึงไหนต่อไหนแล้วด้วย มันแปลว่าอะไรดีน้า~~~
“ปล่อยเลย ไอ้แสบ ทะลึ่งไปใหญ่แล้วนะ” เหมือนว่าเนื้อนุ่มๆเริ่มรั้งตัวดิ้นอึกอักเบาๆ แต่บอกแล้วครับว่า ตอนนี้ขอให้หยุดก็ไม่หยุดแล้ว ก็อนุญาตมาแล้ว ไม่หยุดให้กลางคันหรอกนะ แล้วยิ่งดิ้นดุ๊กดิ๊กแบบนี้ มันเหมือนว่ามันจะยิ่งเสียดสีกันมากขึ้นไปอีกนะเนี่ย...สภาพร่างกายที่มีเพียงเสื้อนอนที่หลุดไปแล้วจะเกือบหมดกับส่วนล่างที่ไม่ได้มีอะไรปกปิดอีกต่อไปแล้วแบบนี้ มันเอ่อ...หนีผมไม่ทันแล้วล่ะครับ
“ซองมินไม่อยากให้ผมนวดให้แล้วหรอ?” เสียงทุ้มติดจะตัดพ้อน้อยๆ แต่มือน่ะยังไม่หยุดลูบไล้ลงต่ำสลับกับลูบแผงอกบางๆที่กระเพื่อมตามจังหวะที่โดนรุกหนักๆ แล้วไหนจากริมฝีปากที่แต่งแต้มรอยไว้ตามลาดไหล่อีกล่ะ?
“ไม่ต้องนวดแล้ว อืม..”แม้จะรั้งตัวออก ว่าเสียงครางหวานๆก็ยังเจืออยู่ในประโยคคำพูด แล้วอย่างนี้จะให้ไอ้หล่อแสบหยุดได้ยังไงกันล่ะครับ จริงไหม?
“ไม่นวดแล้วก็ได้ แต่ว่าทำอย่างอื่นดีกว่านะ” ผมกวาดเหล่าตุ๊กตาน้อยใหญ่ที่กองอยู่บนเตียงออกแล้วเคลียร์เตียงนุ่มๆให้พร้อม เพราะตอนนี้เหล่าตุ๊กตามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย ผมไม่เอาตุ๊กตาพวกนี้มาปิดหูตอนที่มีเสียงครางหวานๆหรอก จริงมั้ย?
“เฮ้ย ฉันเป็นพี่แกนะ ไอ้เด็กแสบ” ถึงเวลาคับขันก็อ้างสิทธิ์ความเป็นพี่ขึ้นมาซะอย่างนั้นเลย ปกติซองมินไม่ชอบให้ใครเรียกว่าพี่ แล้วก็อยากจะเป็นเด็กน้อยของนูน่าทั้งหลายไม่ใช่หรอครับ? ผมก็อยากเป็นเด็กน้อยของซองมินเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นเราเปลี่ยนมาเป็นพี่น้องท้องติดกันมันคงจะดีกว่านะ
“อืม ก็ซองมินไม่ยอมให้เรียกฮยองไม่ใช่หรอครับ” มือหนาจับคนที่เคลิ้มไปแล้วทั้งตัวกดลงบนที่นอนนุ่ม ก่อนจะแปลงร่างกลับมาเป็นมักเน่ออนท๊อปสมดังคำร่ำลือ เสื้อนอนสีเข้มโดนปลดออกเร็วๆ ก่อนจะลงไปทาบทับลงบนผิวเนื้อนิ่ม ยิ่งสายตาหวานๆปรือเยิ้ม ผิวขาวแดงปลั่ง จมูกเล็กรั้น แล้วพวงแก้มยุ้ยๆน่าสัมผัสนั่น แล้วไหนจะริมฝีปากอิ่มที่มีฟันสวยเรียงเป็นระเบียบนั่นอีก ของละอ่อนน้อยคนนี้ชิมหน่อยละกันนะครับพี่ชาย
ริมฝีปากของผมจรดลงบนริมฝีปากบางๆนั่นอย่างเผลอไผล ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดึงดูดให้มันจรดกัน แต่ผมรู้สึกได้ว่าอยากสัมผัสมันลึกซึ้งกว่านี้ อยากสัมผัสมากขึ้น และก็มากขึ้นทุกที เรียวลิ้นเล็กตอบรับแผ่วเบา แต่หวานนุ่มแล้วก็อุ่นเหมือนรสนมจืดที่หวานน้อยๆ แต่รู้สึกเย็นนิดๆ จนอยากสัมผัสเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ถ้าไม่ติดที่แรงทุบประท้วงที่อกผม ผมคงจะได้เข้าใกล้กันมากว่านี้ เพราะว่าซองมินคงกำลังจะขาดอากาศหายใจถ้าผมยังจะเอาแต่ใจต่อไป
“อืม” ไม่ได้มีเสียงคร้านในลำคอ แต่เป็นเสียงตอบแผ่วเบา กับแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงน้อยเพราะกอบโกยอากาศเข้าไป กระเพื่อมขึ้นลงซะจนคนที่อยู่ข้างบนอย่างผมยังรู้สึกได้ แต่มันเพิ่งเริ่มต้นเองนะ เหงื่อชื้นก็เริ่มซึมออกจากใบหน้าแดงๆซะแล้ว จนผมต้องปาดมันออก
“ถึงตอนนี้ซองมินจะเปลี่ยนใจอยากให้ผมเรียกฮยอง ผมก็จะไม่เรียกแล้ว เพราะว่าผมไม่อยากเป็นแค่น้องชายอีกแล้ว” ถ้าจะยกตำแหน่งสุดยอดมักเน่นิสัยแย่ให้ผมตอนนี้ล่ะก็ ผมจะยืดอกรับเลยล่ะ เพราะตอนนี้ผมก็ไม่คิดเรียกพี่ชายคนนี้ว่าพี่แล้วจริงๆ
“คิดจะกดฉันจริงๆหรอไง ไอ้เด็กแสบ” เสียงหวานติดจะรั้น แต่ดูคล้ายจะมีข้อต่อรองเอ่ยถาม ก่อนจะเริ่มแผลงฤทธิ์รุกผมกลับบ้าง ดูเหมือนตอนนี้เราทั้งคู่จะรู้ดีแล้วล่ะว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในไม่ช้า แต่นี่ซองมินคงจะไม่คิดจะมาเมะแข่งกับผมใช่ไหมเนี่ย? แต่แบบนี้มันก็ดีเหมือนกันนะ ดีกว่านอนนิ่งๆให้ผมทำอยู่ฝ่ายเดียว
ผมรู้แล้วล่ะว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่ซน แต่ซองมินเองก็คงซนไม่แพ้กัน มือป้อมเริ่มมาลูบบั้นท้ายของผมเบาๆก่อนจะเป็นฝ่ายล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนผมบ้างคล้ายๆว่าต้องการจะเอาคืน
“หรือว่าซองมินคิดจะกดผมล่ะครับ?” ผมถามกลับไปทั้งๆที่ตอนนี้รู้ดีแล้วว่าคำตอบมันคืออะไร ไม่งั้นอีกคนคงไม่เอามือมาลูบสะโพกผมอยู่แบบนี้ แต่ อืม...ก็รู้สึกดีนะ
“แล้วถ้าฉันจะกดนาย จะยอมให้ฉันกดหรือไง?” ซองมินเป็นฝ่ายถอดกางเกงผมออกบ้าง? ในเมื่ออะไรมันมาไกลเกินกว่าจะหยุดยั้งได้แล้ว ก็ปล่อยมันเลยตามเลยไปเลยละกันนะครับ ผมว่าตอนนี้ซองมินเองก็คงคิดเหมือนผมนั่นแหละ เพียงแต่เราต้องมาตกลงกันก่อนว่าใครจะเป็นคนยอม
“ผมคิดว่า คงไม่ได้นะ”ผมขอปฏิเสธย้ำชัดด้วยเสียงอันหนักแน่น หน้าตาดี เรียนเก่ง บ้านรวย อย่างผมเนี่ยนะ เหมาะจะเป็นเมะที่ดีให้ซองมินได้อยู่แล้ว อย่างหวังไปเลยว่าจะมากดผมได้
“แล้วถ้าฉันไม่ยอมให้นายกดล่ะ” มือป้อมๆเริ่มล้วงเข้าไปถึงไหนต่อไหน ในขณะที่มือของผมเองก็ไม่ยอมแพ้ที่จะปลุกเร้าอีกคนมากไปกว่าเดิม ทีนี้ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าซองมินจะทนผมได้หรือว่าผมจะทนซองมินไม่ได้ก่อนกัน?
ผมล้วงมือเข้านวดเคล้นย้ำซ้ำๆในความแข็งขืนที่ต่อสู้กับมือผมอยู่ ในขณะที่ซองมินเองก็เหมือนว่าจะทำแบบเดียวกันนั้นกับผมเช่นกัน เรียวลิ้นเล็กจูบซ้ำๆลงบนต้นคอผมบ้าง นี่ตั้งใจจะเอาคืนทุกอย่างที่ผมทำไปเมื่อกี้เลยสินะ กระต่ายโหด??? แถมยังรั้งรูดหนักๆ เล่นเอาผมแทบบ้าเลยล่ะ
“แต่แบบนี้ก็เข้ากันดี มักเน่แสบกับกระต่ายโหด”
“อือ....ซองมินเก่งจังเลยนะครับ” ผมเอ่ยชมเบาๆในขณะที่ซองมินซุกหน้าลงไปบนแผงอกแล้วเริ่มเลียไปทุกส่วนของร่างกายผม ทำให้ผมต้องครางต่ำๆออกมา ในขณะที่อีกสองมือก็ยังไม่หยุดปรนเปรอผมเช่นกัน อย่างนี้จะไม่ให้ชมได้ยังไง?
“แล้วเก่งมากพอจะกดนายได้หรือเปล่า?” ดวงตาปรือเยิ้มใต้อกผมพราวระยับ ก่อนจะพลิกตัวผมลงมานอนคว่ำอยู่ด้านล่างแทน แต่ผมก็ยอมให้พลิกกับมาอยู่ข้างล่าง ผลัดกันออนท๊อปบ้าง ไม่เป็นไรหรอกนะ ก็แค่ผลัดกันชั่วคราว???
“ก็ลองดูสิครับ หืม” ผมกล่าวคำท้าทาย อย่างไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างไร ก็ผมน่ะมันมักเน่ออนท๊อปนะ จะลองสลับตำแหน่งกันบ้าง ก็ฟังดูไม่เลวให้ซองมินพอใจลองดูก็ได้นะ
มือผมลากไปจับคล้องอยู่บนไหล่ทั้งสองข้างของซองมิน ก่อนจะกดลงมารับจูบหนักหน่วงอีกครั้ง เพราะเหมือนว่ามันยังไม่พึงพอใจ จากเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ก็ลองให้กระต่ายโหดได้รุกอย่างที่ร่ำร้องดูบ้าง ลองเล่นตามเกมส์อีกซักหน่อยจะเป็นไรไป?
ริมฝีปากผมดึงดูดตอบรับเบาๆกับแรงเน้นย้ำจาบจ้วงที่ซ้ำๆเข้ามาอย่างเดิม แต่ไม่ทันไรคนที่กำลังรุก เหมือนจะอ่อนยวบลงไปเสียดื้อ ผมก็เลยต้องช่วยสานต่อให้ด้วยการรุกกลับอีกครั้ง เรียวลิ้นพัวพันเบาๆ จากคนรุกกลายเป็นคนไล่ และจากคนไล่กลายเป็นคนรุก
ซองมินผละออกจนได้ เมื่อตัวเองกลายเป็นฝ่ายโดนรุกไปเสียดาย ก่อนจะซุกใบหน้าลงไปบนแผงอกกว้างของผม หอบขนาดนี้ยังอยากจะกดผมไหวอยู่หรือเปล่านะ? เห็นแบบนี้มันอดจะแกว่งปากแซวไม่ได้เลยจริงๆ
“ยังรุกผมไหวอยู่หรือเปล่า?”
พอผมหลุดคำพูดท้าทายแบบนั้นเท่านั้นแหละ กระต่ายน้อยหมดแรงในอ้อมกอดก็ดูเหมือนเด็กน้อยจอมพลังลุกขึ้นมาฮึกเหิมท้าทายอีกครั้ง ริมฝีปากบวมเจ่อที่พยายามจะเม้มลงเป็นเส้นตรง ก่อนจะเลื่อนหน้าไปอยู่ที่หว่างขาของผมที่มันพร้อมรอใครบางคนมาเล่นกับมันนานแล้ว และดูเหมือนว่าครั้งนี้ซองมินจะจงใจเต็มที่เสียด้วยสิ ตั้งแต่โดนคำถามนั้นของผมเข้าไป
สายตาคู่หวานปรือปรอยน้อยๆ ก่อนจะค่อยเลียเบาๆจากด้านบนลงด้านล่าง และจากด้านล่างขึ้นด้านบน การกระทำซ้ำไปซ้ำมาที่คนทำยังคงหลับตาพริ้ม แล้วผมก็ได้แต่กลั้นขำในใจ เพราะคิดว่า “เมะที่ไหนจะน่ารักกว่านี้แล้วไม่มี???”
“อือ ซองมินทำอย่างนั้นแหละครับ”
“แบบนั้นแหละ ดีมากเลย อ่า~~~”
หลังจากเลียวนซ้ำๆ ริมฝีปากบางๆก็ค่อยเข้าครอบครองแล้วดึงรูดรั้งช้าเรียกเสียงครางของผมได้ดี น้ำเสียงทุ้มผ่านลำคอที่แห้งผากเปล่งออกมา ซองมินเก่งจริงๆด้วยนะเนี่ย... แต่ก็ได้แค่นี้แล้วล่ะครับ ผมไม่ยอมให้อะไรๆมันไปไกลกว่านี้แล้วล่ะ ขอโทษทีนะครับซองมิน แต่ว่าผมน่ะมัน…
“มักเน่ออนท๊อป ^^”
หลังจากริมฝีปากบางรั้งรูดซ้ำๆจนผมแทบจะบ้า ผมก็ปล่อยให้อะไรๆมันไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว ในเมื่อมือป้อมๆของซองมินชักจะซนมาบีบเคล้นสะโพกของผม แล้วไหนจะสายตาหวานเยิ้มที่จ้องมองอย่างมีความหมายนั่นอีก ถ้าไม่หยุดเกมส์ลองใจ เห็นทีว่ามันจะไม่ได้แค่ลอง แต่ผมจะต้องกลายไปเป็นเคะตัวน้อยๆของกระต่ายโหดตัวนี้จริงๆน่ะสิ
จังหวะที่ซองมินรั้งออกมาจนเกือบสุด แม้ว่าผมจะเสียดายที่ต้องผละออกจากสัมผัสหวานๆ แต่ก็ต้องจำใจดึงกระต่ายตัวนิ่มออกมา พร้อมกับเริ่มรุกกลับอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาของผมจรดบนริมฝีปากบางนั้นอีกครั้ง และที่เป็นอีกครั้งที่เหมือนกับทุกๆครั้ง ทุกๆครั้งที่เค้ารู้ว่าซองมินมีจุดอ่อนอยู่ที่จูบ เพราะเมื่อใดที่โดนจูบ กระต่ายโหดจะหลอมละลายเหมือนขี้ผึ้งโดนไฟทันที แล้วในจังหวะนั้นผมก็ไม่รอช้าที่จะลากตัวเจ้ากระต่ายนิ่มลงไปด้านล่างอีกครั้ง
“ถ้าซองมินกดผมไม่ได้ ผมคงต้องกดกลับบ้างแล้วนะครับ” ผมกระซิบเบาๆให้กระต่ายน้อยนุ่มนิ่มนั้นขัดใจเล่น แต่หากครั้งนี้จะดิ้นรนลงไปกดผมอีกแบบเมื่อกี๊ล่ะก็ คงจะไม่ได้แล้ว ก็เมื่อกี๊ผมน่ะยอมให้หรอกนะ ถึงได้ทำอะไรได้ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นตอนนี้ขอเป็นเสียงครางหวานๆตอบแทนผมมาจะดีกว่านะ
“ซองมินของผม”
ใบหน้าคมผละลงจากจูบที่ริมฝีปากก่อนจะไล่ชิมลงมาตามลาดไหล่ แผ่นอกบางที่ไหวกระเพื่อม ไปจนถึงท้องน้อยที่ยังคงเคลื่อนเบาๆอยู่ตามจังหวะการหายใจ โดยที่สองมือถึงผมตรึงแน่นไปกับที่นอนเพื่อไม่ให้หลุดออกมารุกผมได้อีกแล้ว
“เดี๋ยวผมทำให้ซองมินดูเองละกันว่าเมะที่ดีเนี่ยต้องทำยังไง?” คำพูดกึ่งกวนกึ่งแกล้งพูดขึ้นเมื่ออีกคนก้มลงมองหน้าเค้าในขณะที่เค้ากำลังพัวพันอยู่บนผิวเนื้อนวลเนียน คำพูดที่ผมหันไปสบตาแววตาหวานนั่น แล้วซองมินก็รีบหันหน้าหนีไปในทันที
ผมไม่ได้ทำอะไรที่มันแตกต่างจากที่ซองมินทำหรอกครับ แต่มันต่างกันตรงที่ว่า ทันทีที่ผมจรดริมฝีปากลงบนแท่งเนื้อที่มันแข็งขืนนั่น เสียงครางหวานๆก็เอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากนั้น แล้วไหนยังจะบิดกลายเร่า ราวกับว่าผมน่ะเป็นของร้อนอย่างนั้นอีก ท่าทางแบบนี้เคะสมบูรณ์แบบจริงๆเลยนะพี่ชายคนนี้น่ะ
“อื้อ คยู แรงอีก”
“อือ แบบนั้นแหละ”
และเมื่อร่างกายแสนหวานยิ่งบิดส่ายไปมา ผมก็ยิ่งจะทำให้มันแรงขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานที่เหยเกเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์แบบนี้ยิ่งน่ารักจนอยากจะจับมาฟัดบ่อยๆ
ก็ไม่ได้จะบอกให้ซองมินเขินเล่นหรอกนะครับ แต่แอ่นสะโพกตอบรับผมขนาดนี้ คงจะรุกผมไม่ไหวหรอกนะ เปลี่ยนเป็นมาตอบรับความรักของผมดีกว่านะครับซองมิน
“อ๊า....” เสียงหวานครางเครือซ้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาตามจังหวะที่อีกคนควบคุม และเมื่อตอนนี้ซองมินตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ลึกเกินจะกู่กลับมาได้แล้ว ผมก็เลยยอมปล่อยมือทั้งสองข้างที่รั้งข้อมือเอาไว้ให้เป็นอิสระได้
ผมลอบมองขึ้นไปเบื้องบนแล้วเห็นแผ่นหลังไหวๆ แล้วไหนจะแผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลง แล้วใบหน้าที่เหงื่อซึมไปทั้งหน้าแบบนั้นอีก อืม...แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะว่าซองมินน่ะกำลังรู้สึกแบบไหน หึหึ
“อือ จะไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานซ้ำแล้วซ้ำเหล่าจนมาจบลงที่ประโยคที่พูดด้วยเสียงหวานที่พร่าสั่น ขนาดนี้แล้วคงจะไม่กล้ากลับมารุกได้อีกแล้ว
ผมได้ลิ้มชิมรสหวานๆที่เจ้าตัวก้มลงมองแล้วต้องหน้าแดงปลั่งกว่าเก่า จนต้องรีบคว้าหมอนขว้างใส่ผมมาเต็มแรง ทำไมเมื่อกี้ยังพยายามจะเมะอยู่เลย ทำไมเขินแล้วถึงได้แบ๋วได้ขนาดนี้เนี่ย?
“อืม หวานจังเลย” ยิ่งเขินยิ่งแกล้งครับ แล้วไอ้หล่อหน้าด้านอย่างผมก็เต็มใจเอาหน้าหล่อๆรับหมอนใบเป้งที่ปาใส่หน้าด้วยความรักซะด้วยสิ
“งั้นเปลี่ยนมาทำให้ผมบ้างนะ” ขอมันหน้าด้านๆแบบนี้แหละ บอกแล้วว่ามักเน่วงนี้มันหน้าด้าน หน้าทน สุภาพบุรุษหลบใน แถมยังจะหยาบคายอีกต่างหาก เรียกว่าครบถ้วนในคุณสมบัติความเป็นคนดี - -“
ไม่ต้องรอคำตอบรับมือซุกซนก็วุ่นเข้าไปยุ่งวุ่นวายอยู่กับสะโพกนิ่มๆบ้างๆ และตอนนี้ผมคิดว่าซองมินคงรู้แล้วล่ะว่าต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเจ้าตัวนิ่มเริ่มจะขยับตัวหนีอีกแล้ว
“ไม่เอา ไปห่างๆเลย ไอ้แสบ” จากที่นอนหอบหายใจแรงบนเตียงกว้าง กระต่ายตัวนุ่มก็รีบถอยร่นไปจนสุดเตียงเพื่อตั้งหลัก แล้วยังคว้าเอาผ้าห่มมาปกปิดตัวเองไว้อีก ทั้งๆที่เมื่อกี้ก็เปิดให้ผมเห็นไปหมดแล้วแท้ๆ กระต่ายโหดของผมดูยังไม่อยากจะสูญเสียอิสรภาพไป เพราะคงรู้ตัวว่าไอ้ที่ทำไปเมื่อกี้ก็เสียหน้าให้ไอ้เด็กแสบอย่างผมไปเยอะแล้ว
“ซองมินกำลังเอาเปรียบผมนะครับ” ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นหมาป่าล่าเหยื่อเลยล่ะ แล้วเหยื่ออันโอชะก็เป็นลูกกระต่ายตัวนิ่มที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน เพราะคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะโดนไอ้เด็กแสบอย่างผมมันมาลูบคมได้ขนาดนี้ ความเมะที่เคยคิดว่ามีป่านี้คงหายไปจนเกลี้ยง
มือผมค่อยเลื่อนเข้าไปคว้าภายใต้ผ้าห่ม อะไรบางอย่างที่มันสั่นระริกน้อยๆ ซึ่งผมขอเดาว่ามันน่าจะเป็นข้อเท้านุ่มๆของกระต่ายตัวน้อย เพราะฉะนั้นผมเลยไม่รอช้าที่จะลูบมันซ้ำไล่ไปยังปลายทาง แต่ว่าปลายทางมันจะสุดลงตรงไหนล่ะ?
“กลัวหรอครับ?” คำพูดแสนสุภาพเอ่ยอีกครั้ง กลับน้ำเสียงติดจะกวนเป็นนิสัย ซึ่งผมว่าความกวนมันคงจะหยั่งรากลึกลงไปในส่วนก้นบึ้งของจิตใจผมไปแล้ว แต่ก็ทำให้แววตาหวาดๆนั้นส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอได้ไม่อยาก คงจะเปลี่ยนจากความไม่มั่นใจมารู้สึกหมั่นไส้ผมเสียเต็มประดาแล้วล่ะ
“ถึงจะไม่มั่นใจเพราะไม่เคย แต่ตอนนี้กระต่ายโหดตัวนี้ดูจะกลัวเสียฟอร์มซะมากกว่า”
“ผมบอกแล้วว่าจะทำให้ซองมินรู้สึกดี เชื่อดิ” ผมเอามืออีกข้างกลับมานวดคลึงบนไหล่เบาๆอีกครั้งเพื่อให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก่อนจะก้มลงไปจูบลงหว่างคิ้วทั้งสองข้างเบาๆแล้วก็ค่อยๆกระตุกผ้าห่มออก
“เชื่อผมดิว่าซองมินจะครางจนลืมทุกอย่างไปแน่นอน” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา ก่อนจะเริ่มลงมือบดจูบอีกครั้ง ช่องว่างระหว่างริมฝีปากของผมและซองมินกำลังจะหายไป ถ้าไม่ติดว่า...
กลับไปอ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=51
ลิ้งค์หลักของเรื่องที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443
#1 By ลิงแว่น on 2011-03-28 17:03