Play with me Part 19[Full version]

posted on 24 Nov 2010 14:52 by kyuyhun-sungmin

Chapter 19

 

ร่างกายเจ็บปวดที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยคราบรักภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้น  หัวใจกระตุกวูบกับคำขอโทษแผ่วเบาและสัมผัสอ่อนโยนที่ถูกส่งลงมา  เมื่อเค้ายังไม่ได้หมดสติ  แค่ตอนนี้ทุกอย่างมันพร่าเลอเสียจนไม่สามารถแยกแยะได้แล้วว่านั่นคือความจริงหรือความฝันที่เค้ากำลังสร้างมันขึ้นมาหลอกตัวเอง   ในช่วงเวลาที่ปวดร้าวถึงเพียงนี้

 

 

“มันคือความจริงใช่ไหม  เมื่อกี้คุณชายนั่นพูดคำขอโทษออกมาจริงๆสินะ”

 

 

มือป้อมยกขึ้นมาตบหน้าตัวเองแรงๆหลังจากที่คุณชายของบ้านเดินออกจากห้องไปแล้ว  แม้ไม่อยากจะเชื่อ  แต่มันคือเรื่องจริงและเค้าไม่ได้อยู่ในความฝัน  เรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่คิดว่าจะมีวันเกิดขึ้นได้ออกมาจากปากผู้ชายที่ได้หัวใจไปแล้วทั้งดวง

 

 

“จะขอโทษทำไมกัน???”

 

 

น้ำตาใสไหลออกมาอีกครั้ง  เกินกว่าจะหยุดลง  เค้าไม่รู้ว่าต้องเสียน้ำตาไปมากมายเท่าไหร่แล้วในวันนี้  แต่มันก็ยังมีมากพอที่จะไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน  ตราบใดที่ความเสียใจมันยังไม่จางหายไป  ถ้าหลังจากเรื่องราวเลวร้ายจะตามมาด้วยคำเยาะเย้ยดูถูกถากถางมันจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย  ที่จะออกมาจากปากผู้ชายใจร้ายนั่น  แต่คำขอโทษที่ตามมาหลังการกระทำอันรุนแรง  จะขอโทษทำไม  ถึงรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้ยิน  แต่ฟังยังไงมันก็จอมปลอม

 

 

“เค้าแค่ต้องการเอาชนะ  คำขอโทษไม่ถึงวินาที  มันจะแทนร้อยล้านนาทีที่เจ็บปวดได้ยังไง” แม้อยากจะเชื่อในสัมผัสอุ่นที่ส่งมาให้ตัวเองดีใจซักแค่ไหน  แต่หัวใจที่ปวดร้าว  มันกลับสร้างกำแพงหนาทึบมาปิดกั้นความกลัวเอาไว้เสียแล้ว  เค้าไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อในคำขอโทษ  แม้ว่าจะได้ยินมันจริงๆก็ตาม  แต่ก็ไม่กล้าจะคิดเข้าข้างตัวเองได้เลย

 

 

สมองที่สับสนพร่าเบลอกำลังต่อสู้กับหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้ร่างกาย  การกระทำรุนแรงทิ้งบาดแผลที่ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อยล้าเกินกว่าจะข่มตาลง  รอยร้าวที่สะโพกเจ็บปวดเสียเกินกว่าจะขยับตัว  ไม่ต่างอะไรจากผิวเนื้อที่แดงช้ำที่แม้แต่ผ้าห่มผืนนุ่มสัมผัสตัวยังเจ็บแปลบแทบจะบาดผิวกาย

 

 

สภาพเตียงที่ไม่เหลือชิ้นดีเป็นตัวการันตีความเจ็บปวดทุกอย่างได้  ยิ่งรู้สึกแบบนี้  เห็นแบบนี้  แล้วจะทำให้เค้าเชื่อในคำขอโทษนั่นได้อย่างไร

 

 

“จะกล้าฝันได้หรอว่าคุณชายกำลังหึงหวงเค้ากับจองโม  ในเมื่อความเป็นจริงมันเป็นเพียงการเอาชนะ  หลังจากระบายอารมณ์เสร็จเค้าก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจ”

 

 

ผ้าห่มผืนหนาถูกใช้เป็นที่สกัดกั้นน้ำตา  ออกจากดวงตาตัวเอง  ภาพพร่าเบลอจางหายน้อยลง  เมื่อม่านน้ำตานั้นถูกขจัดออก  แต่กลับแทนที่ด้วยสายตาของใครบางคนที่กำลังจ้องมองเค้าด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน…

 

 

จองโมลอบกลืนน้ำลายลงไปอย่างอยากลำบาก  ฤทธิ์ยาที่คยูฮยอนกรอกลงมากำลังออกฤทธิ์เสียจนสติของเค้าพร่าเบลอ  การกระทำที่ต้องเห็นคนที่ตัวเองรักโดนย่ำยีนั้นเจ็บปวดภายในใจ  แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายแสดงความต้องการออกมามากยิ่งขึ้น  ร่างหนาต้องจ้องมองภาพพวกนั้นด้วยความอดทน  เค้าจะทำยังไงได้  ในเมื่อโซ่หนาในมือมันทำให้เค้าทำไม่ได้แม้แต่ช่วยเหลือตัวเอง

 

 

ภาพความเจ็บปวดที่ปลุกเร้าความเป็นชายที่คับแน่นอยู่ในตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ  ทำให้ตอนนี้จองโมกัดฟันข่มตัวลงอย่างทรมาน  มือหนากำโซ่ตรวนที่พันธนาการข้อมือไว้อย่างเจ็บปวด  กระชากมันแรงๆ  ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าถึงอย่างไรโซ่มันก็ไม่มีวันขาด  แต่ทำเพียงเพื่อระบายอารมณ์  เพื่อความรู้สึกเจ็บที่มีมันจะแทนที่ความต้องการที่กำลังแสดงออกมา

 

 

สายตาหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้นถูกส่งมาจากซองมินราวกับน้ำมันราดบนกองไฟ  มันกระตุ้นให้ร่างกายรุ่มร้อนราวกับโดนไฟสุมนั้นแทบจะระเบิดออก  จริงๆแล้วเค้าควรจะขอบคุณคยูฮยอนที่ล่ามโซ่ขาเค้าไว้  เพราะไม่อย่างนั้น  เค้าก็รู้ตัวได้ดีว่าตอนนี้เค้ามันก็ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่ควบคุมตัวเองไม่ได้  กลัวใจตัวเองจะหยุดไม่ได้  แล้วทำร้ายซองมินซ้ำลงไปมากกว่าเดิม  เพราะแม้แต่ควบคุมตัวเองตอนนี้  เค้าก็ชักจะทำมันไม่ได้แล้ว

 

 

“แม้จะรักและอยากทะนุถนอมมากเพียงใด  ตอนนี้เค้าก็รู้ดีว่าเค้าขาดสติเสียจนไม่อาจจะทำได้แล้ว”

 

 

เหมือนโซ่ที่คยูฮยอนล่ามเอาไว้จะเป็นเครื่องช่วยชีวิตซองมินจากจองโม  ยาสองเม็ดที่กรอกลงไปไม่ใช่เพียงยาปลุกเพียงอย่างเดียว  สารเสพติดผงสีขาวอัดจนเป็นเม็ดคืออีกสิ่งที่ถูกส่งลงไปพร้อมกับยาปลุก  ฤทธิ์ที่กระตุ้นให้ร่างกายพร่าเบลอขาดสติ  ออกฤทธิ์เสริมกันกับยาปลุกได้เป็นอย่างดี  ดีเสียจนมากเกินไป

 

 

ความเจ็บปวดของจองโมทำให้ซองมินสงสารจนจับใจ  เค้ารู้ดีว่าเมื่อโดนยาปลุกมันทรมานมาแค่ไหน  เหมือนที่เค้าเคยโดนมา  หากแต่อาการคลุ้มคลั่งที่จองโมกำลังเป็นอยู่  และกำลังทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรงอย่างน่ากลัว  คงเป็นสิ่งที่คุณชายตั้งใจจะทำให้เค้าเห็นแล้วนึกกลัวรังเกียจจองโมจนไม่กล้าเข้าใกล้สินะ

 

 

ร่างกายเล็กที่แสนจะเจ็บปวดกระถดตัวหนีทันทีขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงพร้อมกับชันขากอดตัวเองไว้  จองโมกระชากโซ่ที่พันขาตัวเองเข้ามาใกล้เตียงจนสุด  โซ่ที่รั้งขาไว้ตรึงแน่น  พร้อมกับดวงตาแดงกล้ำที่จ้องมองมาที่เค้าด้วยสายตาเดียว

 

 

“สายตาที่แสดงความต้องการ”

 

 

ซองมินไม่ได้กลัวเพียงแต่รู้สึกตกใจ  พอๆกับที่เสียใจที่ทำให้จองโมต้องเป็นแบบนี้  ปลายผ้าห่มผืนนุ่มที่กว้างใหญ่จนถึงขอบเตียง  ถูกจองโมกระชากออกแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี   เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าของซองมินนั่งพิงอยู่ที่บนหัวเตียงด้วยความตกใจ

 

 

เหมือนสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของจองโมกำลังต่อสู้กับฤทธิ์ยาที่ครอบงำ  แต่ยิ่งมีร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าปกปิดของซองมินเป็นตัวกระตุ้น  มันก็ยิ่งควบคุมได้ยากเต็มที เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาเป็นคำด้วยความยากลำบากเหลือเกิน

 

 

“อยู่ห่างๆชั้น  ซองมิน  ได้โปรดอยู่ห่างๆชั้น”

 

 

คำพูดสุดท้ายก่อนที่ร่างกายจะสูญเสียการควบคุมถูกเอ่ยขึ้น  เรียกน้ำตาที่ไหลอาบปรางแก้มช้ำของซองมินได้ดี  ซองมินไม่ได้รู้สึกกลัวหรือรังเกียจอย่างที่คุณชายต้องการ  แต่ตอนนี้กลับรู้สึกผิดมหันต์ที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย

 

 

ร่างหนาของจองโมคลุ้มคลั่งโดยขาดสติอีกต่อไปแล้ว  ทั้งๆที่โซ่พันธนาการอยู่แต่ก็เอาแต่ดึงดันร่างกายไปกระแทกกับของรอบห้องสร้างความเจ็บปวดโดยไม่สนใจบาดแผลที่เกิดขึ้น  เสียงโครมครามมากมายจากข้าวของที่แตกกระจายไม่ได้ทำให้จองโมได้สติขึ้นมาเลย

 

 

“พอเถอะ  จองโมอย่าทำแบบนี้” เสียงเล็กเอ่ยขอร้องทั้งๆที่รู้ว่าตอนนี้จองโมขาดสติเกินกว่าจะรับฟังเค้าอีกแล้ว  เสียงที่เอ่ยออกมาพร้อมน้ำตา

 

 

“อึก” มือทั้งสองข้างที่ไม่ได้อิสระนักฟาดลงไปบนตัวเองแรงๆ  อย่างไม่ได้สนใจรอยช้ำจากบาดแผลที่มีเลือดไหลเป็นทาง  ทั้งๆที่ทรมานจนถึงขีดสุดก็ยิ่งเพิ่มแรงกระชากโซ่ขาให้มากยิ่งขึ้น  แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังไม่เข้าใกล้ร่างของซองมินที่อยู่บนเตียงอยู่ดี

 

 

“แล้วถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คยูฮยอนคิดล่ะ  ถ้าเกิดคนที่อยู่บนเตียงก้าวลงไป  อะไรจะเกิดขึ้น  ถ้าตอนนี้ซองมินไม่ได้กลัวหรือรังเกียจแต่กำลังสงสารจนจับใจล่ะ?”

 

 

ร่างเล็กหอบร่างกายของตัวเองที่เรียกว่าขยับยังลำบาก  เลื่อนมากอดจองโมที่กำลังคลุ้มคลั่งเอาไว้แน่น  แม้จะรู้ดีว่าทำแบบนี้  มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเค้าบ้างก็ตาม  แม้ว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

 

 

“แม้ไม่ใช่ความรัก  แต่มันคือความรับผิดชอบที่เค้าควรจะทำต่อเพื่อนที่แสนดีอย่างจองโม  เค้าจะปล่อยให้จองโมทำร้ายตัวเองเพราะเค้าได้ยังไง?”

 

 

แรงกระชากร่างเล็กรุนแรงทันทีที่เอื้อมคว้าซองมินถึง    โซ่ทั้งสองข้างของมือรั้งร่างเล็กเข้าหาตัวไว้แน่น  ไม่ต่างจากที่ซองมินเองก็ต้องการจะกอดร่างกายนั้นไว้เช่นกัน  จองโมหยุดทำร้ายตัวเองลง  แต่กำลังทำร้ายซองมินแทน

 

 

ข้อมือที่ถูกพันธนาการจิกลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแดงที่คยูฮยอนทำเอาไว้ก่อนหน้านี้  เลือดไหลซิบเป็นทางยาวตามรอยครูดที่มือเคลื่อนผ่าน  ราวกับต้องการลบร่องรอยที่ใครเคยทำเอาไว้ทั้งหมด

 

 

ซองมินที่เจ็บไปหมดยังคงกอดร่างนั้นเอาไว้จนแน่น  แม้ว่าความเจ็บปวดที่แผ่นหลังจะถูกส่งมาพร้อมริมฝีปากคมที่กำลังก้มลงมาโลมเลียผิวของเค้าอย่างหื่นกระหาย  ซองมินสะกดตัวเองให้นิ่งเฉยเอาไว้  ทั้งๆที่ตอนนี้ในใจนั้นสั่นไปหมดแล้ว

 

 

“จองโม  อย่าทำแบบนี้” ทั้งๆที่ปากนั้นร้องห้าม  แต่สองมือของร่างเล็กยังคงรั้งติดอยู่บนเอวหนาทั้งน้ำตา  ซองมินซุกใบหน้าลงบนแผงอกของจองโม  ไม่อยากเห็นการกระทำพวกนี้  ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น  แต่เค้าปล่อยให้จองโมทำร้ายตัวเองไม่ได้  เค้ายอมเป็นคนที่ต้องเจ็บปวดเองเสียดีกว่าต้องเห็นเพื่อนเค้าตายไปต่อหน้าต่อตา

 

 

“อื้อ” เสียงสะอื้นดังขึ้นหนักขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่ลดลงเลย  มือหยาบกร้านเลื่อนลงไปขยำสะโพกมนที่ยังคงมีร่องรอยเลือดไหลตามเรียวขาสวยเป็นทาง  แต่แม้จะเจ็บเท่าใด  ซองมินก็ไม่คิดจะหนีไปอยู่ดี

 

 

แรงขย้ำโดยขาดสติพร้อมกับขย่มตัวบนสะโพกมนของร่างเล็กโดยยังมีกางเกงยีนส์ตัวหนาเป็นที่กั้นระหว่างผิวเนื้อ  ซึ่งมันดูช่างน่าขัดใจเสียเหลือเกิน  ความคับแน่นภายในไม่ได้ถูกระบายออก  ยิ่งทำให้แรงขย้ำนั้นส่งมาแรงมากกว่าเดิม

 

 

“อ้า….”เสียงครางอย่างทรมานดังขึ้น  ทั้งๆที่ร่างเล็กตรงหน้ากอดเค้าไว้  แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้  ยิ่งทำให้จองโมครางออกมาอย่างทรมาน

 

 

“อึก” ซองมินถูกเหวี่ยงไปจนแผ่นหลังพิงอยู่บนกำแพงแข็ง  ระยะห่างระหว่างสองคนเพิ่มมากขึ้น  เมื่อมือทั้งสองข้างของซองมินหลุดออกจากเอวหนา  เป็นผลให้จองโมก้มลงมาโลมเลียยอดอกคนตรงหน้าที่ไม่ได้มีอะไรปกปิดทั้งตัว  โดยที่เอามือที่ถูกพันธนาการไว้ล๊อคคอร่างที่อ่อนแรงของซองมิน

 

 

“จองโม  ปล่อย”  ความเจ็บปวดจากรอยฟันที่งับลงมาแรงๆบนร่างกายที่มีรอยช้ำอยู่เดิม  ไม่ได้ทรมานเท่าแรงกดที่คอที่มันพลานทำให้หายใจไม่ออกขึ้นทุกที  อากาศเข้าออกร่างกายยากเหลือเกิน  หัวหนักๆมันก็ชักจะหมุนเคว้ง  เพราะหอบหายใจถี่ขึ้นทุกที 

 

 

จองโมโลมเลียต่ำลงมาเรื่อยๆ  ยิ่งเค้าระบายอารมณ์ที่คับแน่นต้องการปลดปล่อยไม่ได้เพราะมือที่ถูกพันธนาการอยู่  เค้าก็ยิ่งกระตุ้นร่างตรงหน้าให้มีอารมณ์ร่วมด้วยมากขึ้น  หากแต่ความรุนแรงที่กระทำลงไปมันยิ่งทำให้ซองมินเจ็บปวดและหวาดกลัว  แต่เค้าไม่รับรู้ถึงมันอีกแล้ว  เพราะตอนนี้ฤทธิ์ยามันทำให้เค้ารู้เพียงอย่างเดียวว่า  ทำยังไงก็ได้ให้เค้าระบายความต้องการได้ก็พอ

 

 

“โอ๊ย” ซองมินกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น  เมื่อฟันคมที่กำลังโลมเลียกัดลงมาบนหน้าท้องแบนราบของเค้าจนมือที่ไร้เรื่ยวแรงนั้น  กดลงไปบนไหล่หนักๆ  แม้ไม่ได้เต็มใจให้ความสัมพนธ์แบบนี้เกิดขึ้น  แต่เค้าก็รู้ดีว่าถ้าเค้าปฏิเสธและหนีไป  จองโมที่กำลังคลุ้มคลั่งก็จะกลับไปทำร้ายตัวเองอีก  ดังนั้นเค้าจึงต้องยอมให้ความสัมพันธ์มันยังดำเนินต่อไปบนความทรมานของเค้า

 

 

“อืม” เหมือนเสียงร้องความเจ็บปวดของซองมินมันจะกระตุ้นให้จองโมที่ขาดสติ  รู้สึกพอใจ  เสียงครางเบาๆเอ่ยออกมาจากปากคมที่ไม่ผละออกจากเหยื่อตรงหน้า  ภายใต้สมองขาดสติที่คิดว่าถ้าปลุกเร้าร่างนี้จนสุดทาง  เหยื่อตรงหน้าก็ต้องยอมช่วยระบายความคับแน่นภายในตัวเค้าเช่นกัน

 

 

ปากคมทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดบนหน้าท้องลงมา  เพื่อไปยังเป้าหมายที่อยู่ต่ำกว่า  ซองมินหุบเรียวขาของตัวเองเข้าหากัน  ด้วยความหวาดกลัวจนสุดใจ  ในขณะที่ร่างกายที่โดนทำร้ายมายาวนานของเค้ามันก็เริ่มจะไม่ไหวมากขึ้นทุกที

 

 

แววตาหื่นกระหายจ้องมองพร้อมกับรั้งขาออก  ปากคมหมายจะงับเข้าครอบครอง  แต่เสียงร้องตะโกนห้ามปรามก็ดังขึ้นโดยที่เค้าไม่ได้สนใจ

 

 

“อย่า!!!” ซองมินตะโกนออกมาอย่างสุดกลั้น  ก่อนที่หัวที่หมุนคว้างจะสิ้นสติลง  จะให้เค้าทำยังไงได้  เมื่อเค้าต้องอดทนต่อสู้กับความกลัวภายในใจจนถึงขีดสุด  และเมื่อมันทนไม่ไหวร่างเล็กก็ต้องตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น  พร้อมกับสติที่ดับวูบไป  เหลือเพียงภาพความทรงจำสุดท้ายที่เจ็บปวดเท่านั้น

 

 

ร่างเล็กล้มลงกองบนพื้นแข็งของห้องไปแล้ว  หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้คนขาดสติคิดจะหยุดการกระทำที่ทำอยู่ลง  ปากอุ่นร้อนยังคงเข้าครอบครองแกนกายที่ไร้การตอบสนอง  แม้ว่าตอนนี้เจ้าของร่างจะนอนหมดสติบนพื้นไปเสียแล้ว  หากแต่จองโมไม่ได้รับรู้ด้วยเลย

 

 

“การกระทำรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป  แม้ว่าจะไร้การตอบสนองของผู้ถูกกระทำแล้วก็ตาม”

 

 

เสียงร้องของซองมินทำให้คนที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองที่ห้องรับแขกตื่นขึ้น  ทั้งๆที่ตอนแรกมีเสียงข้าวของแตกกระจายภายในห้องมากมายเค้ายังไม่คิดจะสนใจ  เพราะมันเป็นไปอย่างที่เค้าติดว่ามันควรจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว    แต่เพียงแค่เสียงร้องของซองมินเท่านั้นที่เค้าคิดจะสนใจมัน  คยูฮยอนวิ่งก้าวยาวๆไปยังเสียงร้องนั้น  ก่อนจะผลักประตูออกอย่างแรง

 

 

“ปั้ง”

 

 

ภาพคนรักนอนหมดสติอยู่บนพื้น  พร้อมทั้งมีร่างกายของอีกคนโลมเลียอยู่ไม่ห่าง  มันทำให้คยูฮยอนกระชากโซ่เท้าของจองโมอย่างแรง  ก่อนจะขว้างตัวจองโมไปอีกทางด้วยความโกรธ  ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยสัญชาติญาณอย่างรวดเร็วจนจองโมไม่ทันตั้งตัว

 

 

ร่างกายของคยูฮยอนอยากจะเข้าไปซัดหมัดหนักๆใส่จองโมแรงๆ  หากแต่สมองกับสั่งการให้ช้อนอุ้มคนรักขึ้นมาแนบอกเสียก่อน  คยูฮยอนเอาผ้าห่มห่อตัวซองมินไว้  ก่อนจะรีบอุ้มออกจากห้องไปทันที

 

 

มือหนาวางคนรักในอ้อมกอดตัวเองลงอย่างเบามือในห้องรับรองที่เค้าใช้เป็นห้องนอนของเค้าไปแล้ว  ก่อนจะเลื่อนลูบรอยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า  คิดแล้วแทนที่จะซัดหน้าจองโมแรงๆ  เค้าควรจะซัดหน้าตัวเองแรงๆมากกว่า  ถ้าเค้าเข้าไปไม่ทัน  มันจะเกิดอะไรขึ้นกับซองมินมากกว่านี้อีกหรือเปล่า?

 

 

เพราะความทำอะไรไม่ยั้งคิดในตอนนั้น  ทำให้คยูฮยอนลืมคิดไปว่าถึงแม้จองโมจะโดนล่ามเอาไว้  แต่ซองมินไม่ได้โดนล่าม  แล้วถ้าซองมินรักจองโมจริงๆ  มันก็ไม่แปลกอะไรที่ซองมินจะเป็นฝ่ายก้าวลงไปหาจองโม  ทั้งๆที่จองโมกำลังคลุ้มคลั่งขนาดนั้น

 

 

“นายรักมันมาก  ถึงขนาดไม่คิดถึงตัวเองเลยหรือไง  ซองมิน” 

 

 

 มือแกร่งที่อบอุ่นกำลังร้องไห้ภายใต้รอยน้ำตาที่เจ็บปวดไม่ต่างกับร่างเล็กที่อยู่บนเตียง  คยูฮยอนคลายผ้าห่มที่คลุมตัวนั้นออก  ก่อนที่เค้าจะหากะละมังน้ำอุ่นใบใหญ่มาเช็ดรองรองคราบเลือดคราบน้ำตาบนตัวซองมินออก

 

 

ร่องรอยที่เพิ่มขึ้นมา  ที่เค้าไม่ได้เป็นคนทำ  มันบอกได้ดีว่าซองมินยอมเจ็บปวด  เพียงเพราะไม่ต้องการให้จองโมต้องเจ็บ  และมันก็ยืนยันได้ว่าซองมินตอนนี้รักคนอื่นที่ไม่ใช่เค้า 

 

 

“ซองมินกำลังรักจองโม  ไม่ใช่เค้า”

 

 

ผ้าขนหนูผืนนุ่มถูกลากไปตามลำตัวอย่างไม่ถนัดนัก  แต่ในเวลานี้เค้าคงไม่สามารถตามใครมาทำแทนเค้าได้อีกแล้ว  จะให้ใครรับผิดชอบเรื่องนี้กันล่ะ  ถ้าไม่ใช่ตัวเค้าเอง  ซองมินขยับตัวดิ้นเบาๆแม้จะไม่ได้รู้สึกตัว  แต่เมื่อผ้านุ่มไร้ไปตามแนวแผล  ซองมินก็ดูเหมือนจะทรมาน

 

 

“อื้อ อย่า” ร่างเล็กไร้สติ  ขยับตัวหนี  ยิ่งเมื่อผ้าสะกิดโดนรอยแผลที่ครูดเป็นทางยาว  ก็ยิ่งจะร้องห้ามปราม  เสียจนคนที่กำลังเช็ดตัวให้ต้องมีน้ำตา

 

 

“ชั้นไม่ได้จะทำอะไร  อย่ากลัวนะ  อดทนก่อนนะซองมิน” คยูฮยอนปาดน้ำตาของตัวเอง  ก่อนกดไหล่คนดิ้นให้นิ่งอยู่กับที่  แม้จะเจ็บปวดกับความจริงที่รับรู้  แต่ตอนนี้เค้าก็ทิ้งให้ซองมินอยู่คนเดียวไม่ได้  แม้ว่าจะเข้าใจว่าคนที่ซองมินต้องการไม่ใช่เค้าก็ตาม

 

 

“อย่าทำ” ซองมินเพ้อออกมา  พลางปัดผ้าผืนนุ่มออกจากตัว  ร่างเล็กที่ไร้สติไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่าสัมผัสบนตัวเค้ามันคือผ้าผืนนุ่มหรือมืออันหยาบกร้าน  รู้เพียงแต่ว่ากลัว  กลัวสัมผัสที่กำลังลูบเนื้อตัวเค้าเต็มที

 

 

“ซองมิน” เสียงแหบพร่าอุทานออกมาเบาๆ  ตอนนี้เค้ารู้ดีแล้วว่ายิ่งซองมินเจ็บปวดมากเท่าไหร่  ตัวเค้าเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน  หนำซ้ำจะเจ็บปวดมากกว่าด้วยซ้ำ

 

 

“อย่ากลัวนะ  ขอร้องล่ะ” มือหนาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาเลื่อนแตะลงบนหัวกลมมนเบาๆ

 

 

“ถ้านายเลือกมัน  ฉันก็จะปล่อยนายไปซองมิน” คำพูดที่แสนเจ็บปวดเอ่ยออกมา  สิ่งที่เค้าไม่ได้ต้องการ  แต่กำลังจะทำ  เพื่อความสุขของคนที่เค้ารักอย่างแท้จริง

 

 

 “ถ้านายตื่นขึ้นมา  ชั้นจะปล่อยนายไป  ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถอะนะ  อย่าจมอยู่ในฝันร้ายแบบนี้” คยูฮยอนเลื่อนผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวคนรักเอาไว้  ก่อนจะเลื่อนตัวลงไปในนอนข้างๆแล้วรั้งร่างกายที่แสนจะบอบช้ำของซองมินเข้ามาภายในอ้อมกอด  จมูกโด่งคมกดลงไปบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ  หวังจะซึมซับทุกความเจ็บปวดที่ขังแน่นอยู่ในหัวทุยนั้น  แค่เพียงอ้อมกอดสุดท้ายที่จะปกป้องคนรักของเค้าจากเรื่องราวเลวร้ายในความฝัน  เพื่อพร้อมจะตื่นขึ้นมา  แล้วเค้าอาจต้องปล่อยมือซองมินตลอดไป

 

 

 

---Play with me---

 

 

 

                “ฮยอกแจงานที่ให้ทำน่ะมันไปถึงไหนแล้ว”  ฮโยรินเดินเข้ามาหาพนักงานขายหน้าหวานในขณะจัดข้าวของล๊อตใหม่บนชั้นด้วยความไม่พอใจ  ทั้งๆที่เห็นทงเฮตามก็ล่อก็ติดมานาน  แต่ทำไมหมอนี่ถึงไม่ได้รายงานความเคลื่อนไหวอะไรให้เธอรู้เลย  ถ้าแค่ทงเฮเธอยังจัดการไม่ได้  แล้วเมื่อไหร่เธอจะได้จัดการคยูฮยอนซะที

               

 

“ผม..” ฮยอกแจกำลังจะเอ่ยตอบ  หากแต่อีกเสียงนึงกลับแทรกขึ้นมาซะก่อน

               

 

“ฮยอกแจเค้าไม่คิดจะทำตามแผนงี่เหง่าอย่างนั้นหรอก  เลิกล้มเรื่องบ้าบอนั่นไปได้แล้ว” ทงเฮเดินแทรกตัวเข้ามาในร้าน  พลางเป็นคนเอ่ยขัดขึ้นมาเองด้วยท่าทีกวนประสาท  ในเมื่อตอนนี้เค้ารู้เรื่องราวทั้งหมดจากฮยอกแจแล้ว  เพราะฮยอกแจเป็นคนเอ่ยปากเล่าออกมาเอง

 

 

                “นายจะหักหลังฉันหรอ” ฮโยรินหันมองฮยอกแจด้วยความชิงชัง  ทั้งๆที่ตอนนี้เธอก็รู้คำตอบดีแล้วว่าโดนหักหลังไปเรียบร้อยแล้ว  ความโกรธนั้นทำให้หญิงสาวแทบจะกระทืบส้นสูงให้มันหักลงตรงนั้น  ท่ามกลางสายตาของลูกค้าและพนักงานที่มองมายังเธอเป็นสายตาเดียว

 

 

“เนี่ยหรอคุณหนูลูกผู้ดีมีตระกูล?”

 

 

“ผมไม่ได้จะหักหลังคุณ  แต่ผมไม่ต้องการจะทำงานนั้นอีกต่อไปแล้ว” คำเอ่ยบอกที่ไม่ต่างอะไรจากคำแก้ตัวเอ่ยออกมาจากปากฮยอกแจ  เค้ารู้ดี  ทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับหักหลังนายจ้างของเค้าเลย

 

 

“แกนี่มัน” หญิงสาวที่เดือดจนเต้นเป็นเจ้าเข้า  หมายจะตบลงไปบนหน้าหวานของฮยอกแจด้วยความโกรธ  แต่ทงเฮก็คว้าข้อมือนั้นไว้ได้ทัน

 

 

“ผู้หญิงแบบเธอเป็นผู้หญิงที่เพื่อนชั้นเกลียดจนจับใจเลยล่ะ” ทงเฮเอ่ยหยามๆก่อนบีบข้อมือที่คว้าไว้จนแน่น  เค้าไม่ได้โกรธที่ฮโยรินวางแผนให้ฮยอกแจมาหลอกเค้า  แต่เค้าโกรธที่ยัยผู้หญิงคิดไม่ซื่อนี่กำลังจะทำร้ายคนรักของเค้าต่างหาก

 

 

“เพื่อนของแกมันก็ไม่ได้มีค่ามาให้ชั้นเหลียวมองเหมือนกัน” ปากสีสดเอื้อนเอ่ยวาจาที่มันช่างขัดกับหัวใจออกไปเพื่อรักษาหน้าตัวเอง  แม้จะเดือดแค้นเหลือเกินที่โดนฮยอกแจหักหลัง  แต่ตอนนี้เค้ากำลังโดนทงเฮฉีกหน้าเค้าเป็นครั้งที่สอง  ไม่ต่างจากครั้งแรกในผับ

 

 

“งั้นก็ดี  คยูฮยอนคงโชคดีที่มันไม่ต้องมีคนอย่างเธอมาคอยแหงนมอง” วาจาเฉือดเฉือนไม่แคร์ใครถูกเอ่ยออกมาอีก  ทงเฮไม่ใช่ผู้ชายปากร้ายนิสัยเสีย  เพียงแต่พูดไปตามที่รู้สึกเท่านั้น  ผู้หญิงประเภทนี้มันทำให้เค้าเหลืออดจริงๆ  ให้ตายสิ

 

 

“ทงเฮ” มือของฮยอกแจรั้งชายเสื้อของทงเฮเอาไว้  แค่เท่าที่เป็นอยู่เค้าคงโดนตัดเงินเดือนหรือไม่ก็คงโดนไล่ออกแน่ๆอยู่แล้ว  อย่าให้เรื่องมันบานปลายมากไปกว่านี้เลย

 

 

มือนุ่มเลื่อนไปโอบไหล่ฮยอกแจเอาไว้  เพื่อแทนคำพูดที่ต้องการบอกว่าไม่เป็นไร  ทงเฮส่งสายตาบอกฮยอกแจว่าไม่ต้องกลัว  เพราะตอนนี้เค้ากำลังยืนอยู่ข้างๆและคอยปกป้องอยู่

 

 

“ต่อจากนี้ฮยอกแจจะไม่ทำงานที่นี่อีกแล้ว  จะได้ไม่ต้องมาทำเรื่องอะไรงี่เหง่าแบบนี้อีก” ทงเฮประกาศกร้าวต่อหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้โดนฉีกหน้าซะจนแตกยับ  ก่อนจะพาตัวคนรักของเค้าออกไป  โดยไม่ลืมทิ้งท้ายประโยคคมที่ทำให้คนที่แพ้แทบจะล้มทั้งยืน

 

 

“ถ้าไม่อยากให้กิจการของพ่อเธอถูกยุบกิจการ  ก็อย่าทำอะไรโง่ๆอีก  เพราะพ่อเธอคงจะเรียกเธอไปคุยด้วยเร็วๆนี้”

 

 

มือที่โอบไหล่ไว้กระชับแน่นอยู่อย่างนั้นแม้ว่าจะเดินออกมาจากสถานที่ทำงานที่เค้าคุ้นเคยแล้วก็ตาม  ทงเฮหายหน้าหายตาไปหลายวันหลังจากที่เมื่อหลายวันก่อน  เค้ายอมบอกความจริงทุกเรื่องถึงความไม่บังเอิญที่เค้าและทงเฮได้มารู้จักกัน  ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่แผนการณ์ของฮโยรินเท่านั้น  หลังจากนั้นทงเฮก็หายออกไปจากชีวิตของเค้า  จนกลับมาปรากฏตัวในวันนี้

 

 

“ฉันนึกว่านายจะเกลียดฉันจนไม่อยากเจอหน้าฉันแล้วซะอีก” เป็นฮยอกแจที่เป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางความเงียบของคนสองคน  ที่อยู่ในย่านที่แสนอึกทึกอย่างเมียงดง

 

 

“โกรธอ่ะนิดหน่อย  แต่เกลียดคงทำไม่ได้” สีหน้าขี้เล่นเชิดๆ  ติดจะงอนไปเล็กน้อย  แกล้งพูดออกมาลอยๆ  ไม่อยากจะบอกเลยว่าที่จริงเค้าน่ะรอฮยอกแจมาง้ออยู่นะ

 

 

“จะโกรธก็ไม่แปลกหรอก  เพราะถ้าใครทำแบบนั้นกับฉัน  ฉันก็คงโกรธเหมือนกัน” ฮยอกแจเอ่ยออกมาพร้อมกับก้มหน้าลง  ในเมื่อเค้าเองรู้สึกผิดจริงๆ

 

 

“งั้นหลอกผมมาตลอดแบบนี้  ก็ต้องไถ่โทษสินะ” ทงเฮเอ่ยถามพลางหันมามองคนสำนึกผิดนิ่งๆ  แต่ที่จริงแอบยิ้มลึกๆในใจ

 

 

“นายจะให้ฉันทำอะไรล่ะ  ฉันก็โดนทำโทษเป็นคนตกงานอยู่นี่ไง” ฮยอกแจตอบ  ว่าไปเค้าก็ยอมรับความผิดที่เค้าทำไป  เลยทำให้เค้าเป็นคนตกงานอยยู่แบบนี้  ทงเฮยังไม่พอใจอีกหรอ?

 

 

“มันไม่เกี่ยวกัน  ไอ้ที่คุณตกงาน  มันไม่เกี่ยวกับที่คุณยังไม่ได้ไถ่โทษที่หลอกลวงผมซะหน่อย” ทงเฮยังคงเอ่ยเถียง

 

 

“งั้นนายจะให้ฉันทำอะไรล่ะ” แววตาใสช้อนมองอย่างงงๆ  พร้อมหยุดเดินลงแล้วหันมามองหน้าคนข้างๆตัว  เพื่อถามว่าต้องการอะไรจากเค้าอีก

 

 

“ไม่ยากหรอก  ไอ้ที่ผมจะให้คุณทำน่ะ  คุณทำได้อยู่แล้ว” ทงเฮก้มลงกระซิบเบาๆด้วยสีหน้าหลอกแหลก  ราวกับมันเป็นความลับระดับชาติ  กลัวคงเดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยิน

 

 

“ไม่เห็นต้องมากระซิบเลย  จะให้ทำอะไรก็บอกมาสิ” ฮยอกแจบอกกลับ  ไม่เห็นต้องมาทำลับๆล่อๆเลย  จะให้เค้าชดใช้อะไรก็ว่ามากับจบ  จะให้เลียงไถ่โทษยังไงก็ว่าๆมาเหอะ  เค้าจะได้ทำๆให้มันจบไป

 

 

“แปลว่าอยากให้พูดดังๆใช่ไหม” ทงเฮยิ้มกริ้มด้วยใบหน้าขี้เล่นที่ปิดไม่มิดอีกแล้ว  ไม่ทันที่ฮยอกแจจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น  หนุ่มขี้เล่นก็ตะโกนดังๆจนคนที่เดินซื้อของอยู่แถวนั้นต้องหันมามองพวกเค้าเป็นตาเดียว

 

 

“มา เป็น แฟน กัน  คุณต้องไถ่โทษด้วยการรับผิดชอบชีวิตผม” ทงเฮตะโกนลั่นไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่องที่เค้ามองมา  แถมยังทำสีหน้าทะเล้นแบบไม่สนใจใครอีก  ไอ้เด็กนอกนี่มันไม่มียางอายจริงๆ  ไม่เห็นหรือไงคนเค้ามองกันหมดแล้ว  แถมคำพูดยังพูดราวกับว่าฮยอกแจไปทำตัวเองท้องซะอย่างนั้น  พูดมาได้ไงรับผิดชอบชีวิตนาย???  ชีวิตฉัน  ฉันยังเอาตัวไม่รอดเลย  อีตาบ้าเอ๊ย

 

 

“คนมองเต็มไปหมดแล้ว  จะบ้าหรือไง” ฮยอกแจตีลงบนแขนแรงๆ  ใครจะไปคิดล่ะว่าพ่อนีโม่สุดกะล่อนจะมาไม้นี้  ทีนี้จะตอบยังไงได้ล่ะ  ในเมื่อคนรอลุ้นคำตอบมันไม่ได้มีแค่ทงเฮ  แต่ตอนนี้คนแถวนั้นทั้งหมดแทบจะแหวกตัวเป็นวงกลมรอลุ้นเค้าอยู่แล้ว  ไม่มีงานมีการทำกันหรือไง  มายืนเป็นเกาหลีมุงอะไรกัน  เค้าไม่ใช่คณะละครสัตว์นะ

 

 

“เป็นแฟนกับผมเถอะ” มือของทงเฮทั้งสองข้างรวมมือทั้งสองข้างของคนที่หมายจะให้เค้ารับผิดชอบชีวิตไว้  แรงกุมมือที่รู้ดีว่าไม่ได้พูดเล่น  ขัดกับสายตาขี้เล่นคู่นั้น  พร้อมกับริมฝีปากที่เม้มลง  แล้วเอาลิ้นเลียปากตัวเองไปมา  ไม่บอกก็คงรู้ว่าที่จริงตอนนี้ทงเฮก็คงประหม่ามากพอดู 

 

 

สายตาหลายคู่รอบข้างพวกเค้ากำลังจดจ่อรอคำตอบไม่แพ้ทงเฮ  ให้ตายเหอะ  ทั้งชีวิตก็ไม่คิดว่าจะโดนใครมาขอเป็นแฟนแบบนี้  สาบานทีเถอะว่ามันจะดีหรอที่ผมจะไปคบไอ้เด็กนี่???

 

 

“ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก”

 

 

เสียงหัวใจที่เต้นแรงของฮยอกแจไม่ได้แตกต่างจากเสียงนาฟิกาที่เข็มวินาทีค่อยๆจะขยับไปเรื่อยๆ  ท่ามกลางสายตาที่รายล้อมพวกเค้าอยู่ในย่านการค้าที่แสนจะอึกทึก

 

 

“อืม” นั่นแหละถึงแม้จะบ่นอะไรในใจ  แต่คำตอบของฮยอกแจก็ตอบออกไปแล้ว  คำว่า”อืม” สั้นๆแค่คำเดียวเรียกเสียงปรบมือเกลียวกราวจากคนชมรอบข้างที่ปรบมือแสดงความยินดีไปกับพวกเค้าด้วย  ในขณะที่ฮยอกแจรีบรั้งมือทงเฮเดินจ้ำอ้าวเดินจากตรงนั้นไปให้เร็วที่สุด  แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว  คงไม่มีหน้ามาเดือนเมียงดงไปอีกสามเดือนแน่ๆ

               

 

“บางทีผมยังไม่แน่ใจว่ากำลังจะมีแฟนหรือมีลูกชายตัวโตกันแน่เนี่ย???”

 

 

                “นี่คุณจะเดินหนีผมอีกนานหรือเปล่าเนี่ย?” ทงเฮเอ่ยถามเย้า  หลังจากที่คุณแฟนเดินทิ้งห่างเค้าไปเป็นโยชน์  แล้วปล่อยให้เค้าวิ่งตาม

               

 

“แล้วใครเค้าใช้ให้นายเดินตาม” อึนฮยอกสวนกลับในทันใด  เพื่อกลบความรู้สึกบ้าๆในใจที่กำลังเต้นแรง

 

 

“แล้วตรงนี้ที่ไหนเนี่ย?” ทงเฮเอ่ยขึ้น  หลังจากที่มองไปรอบตัวแล้วรู้สึกว่าไอ้สถานที่ๆยืนอยู่มันไม่ค่อยคุ้นซักเท่าไหร่  ก็คุณแฟนเค้าน่ะดันเดินจ้ำอ้าวมาแบบไม่ลืมหูลืมตา  เข้าซอยนู้นออกซอยนี้  จนไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าอยู่ส่วนไหนของเกาหลีซะแล้ว

 

 

“เอ๊???” อึนฮยอกเองก็ไม่ต่างกันเมื่อสังเกตเห็นว่าตัวเองดันนำทางมาออกที่ไหนแล้วก็ไม่รู้  ขาที่มัวแต่เดินย่ำไปเรื่อยๆเลยต้องหยุดยืน

 

 

“อย่าบอกนะว่าไม่รู้” ทงเฮตามมาจนทันแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ในระยะประชิด  ก่อนจะขมวดคิ้วถามหาคำตอบ  อย่าบอกนะว่าไอ้ที่เดินมาน่ะ  ไม่รู้ว่าเดินไปไหน?

 

 

“ฉันรู้แหละหน่า” เพื่อกันการเสียฟอร์ม  เลยต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีขึ้นมาด้วยการบอกว่าเค้ารู้  ทั้งๆที่  ที่จริงแล้ว  เค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองยืนอยู่ที่ไหน

 

 

ข้างซ้ายก็ผนังบ้านคน  ข้างขวาก็ผนังบ้านคน  แถมยังเป็นซอยยาวๆแคบๆไปจนสุดทางอีกต่างหาก  แล้วนี่เค้ากำลังหลงอยู่ตรงไหนกันล่ะเนี่ย?  ไม่น่าเขินบ้าบอจนเดินไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลยให้ตายสิ T T

 

 

“เดินไปจนสุดทางนี่มันก็ถนนใหญ่แล้ว” ฮยอกแจพูดมั่วๆออกไปอย่างนั้น  ทั้งๆที่จริงแล้วเค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลายทางนี่มันจะถนนจริงหรือเปล่า?

 

 

“งั้นก็รีบเดินกันเถอะ  มันจะมืดแล้ว  เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง” ทงเฮเอื้อมมือไปกุมมือฮยอกแจอีกครั้งก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำบ้าง  มือสองมือเดินกุมกันไปตามทางแคบๆ  กลับบรรยากาศแปลกๆที่คงไม่มีคู่รักคู่ไหนมาเดินกัน

 

 

ทงเฮเดินไปเรื่อยๆ  ในขณะที่ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง  แต่มือสองมือก็ยังเกาะกุมกันไป  ถนนใหญ่ที่ปลายทางมันยังไม่ทันมาถึง  แต่ดันมีเสียงใครบางคนดังขึ้นมาซักก่อน....

 

 

“อีฮยอกแจ”

 

 

ชายชุดดำกลุ่มใหญ่ดักหน้าเค้าอยู่ในตรอกแคบๆ  ดูท่าทางเหมือนกับว่าคนเป็นมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลที่คุ้มครองพื้นที่แถวนี้  แต่ที่น่าแปลกก็คือ  ทำไมถึงรู้จักชื่อฮยอกแจได้ล่ะ?

 

 

ทงเฮหันหลังไปมองตรอกแคบๆที่เค้าเดินผ่านมาแล้ว  ด้านหลังก็มีชายชุดดำกลุ่มใหญ่ยืนดักพวกเค้าอยู่เหมือนกัน  บรรยากาศแปลกๆ  ของคนที่เข้ามาใกล้  โดยไม่น่าจะหวังดีทำให้ทงเฮกุมมือฮยอกแจแน่นขึ้น  ทงเฮคิดว่าตอนนี้ฮยอกแจต้องกำลังกลัวมากแน่ๆ  แต่พอหันกลับไปมองใบหน้าหวานของคนรักตัวเอง  กลับไม่มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความตื่นกลัว

 

 

“คุณรู้จักคนพวกนี้หรอฮยอกแจ?”

 

 

ไม่ทันให้ฮยอกแจเป็นฝ่ายตอบคำถามที่ทงเฮกำลังถามเค้าด้วยความแปลกใจ  หนึ่งในชายชุดดำคนหนึ่งก็เป็นฝ่ายพูดประโยคต่อไปขึ้นมาซะก่อน

 

 

“คุณท่านต้องการให้คุณไปพบ”

 

 

ฮยอกแจเพียงบีบมือของทงเฮให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อย  แต่ทว่าแววตาใสนั้นกลับไม่ได้มีแววตาหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่เพียงน้อยนิด  ทั้งๆที่คนที่ควรจะตกใจควรจะเป็นฮยอกแจ  แต่ตอนนี้คนที่แปลกใจกับเป็นทงเฮแทน  นี่มันเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น  ทำไมฮยอกแจถึงรู้จักกับพวกมาเฟียพวกนี้  ทุกสถานการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจน  ทงเฮไล่ตามไม่ทัน

 

 

“มันอาจจะเสียมารยาทไปหน่อย  แต่ช่วยบอกเค้าทีว่าผมไม่ต้องการเงินจากเค้า” แววตาแข็งกร้าวของฮยอกแจแสดงออกมาพร้อมกับเอ่ยคำพูดออกมา  ทุกๆคำที่พูดออกมามือที่กุมไว้ก็ยิ่งตรึงแน่นมากขึ้นไปอีกราวกับต้องการความมั่นใจ  ครั้งนี้เค้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว  แต่มีทงเฮยืนอยู่ข้างๆเค้าตรงนี้

 

 

“เกรงว่าผมจะทำอย่างนั้นไม่ได้  เพราะคุณต้องไปกับพวกเรา” ชายชุดดำคนนั้นเอ่ยออกมานิ่งๆ  ทว่าดูเหมือนชายชุดดำทุกคนที่เหลืออยู่จะเตรียมตัวกันพร้อมลงมือแล้ว

 

 

“ฮยอกแจจะไม่ไปกับพวกนาย  ไม่ได้ยินหรือไง” ทงเฮไม่ได้รับรู้หรอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่?  แต่ถ้าคนรักของเค้าปฏิเสธที่จะไป  เค้าก็จะไม่ยอมปล่อยให้ฮยอกแจไปเด็ดขาด  แม้ว่าเค้าจะไม่รู้ว่าไอ้เรื่องที่กลุ่มคนพวกนี้พูดกับฮยอกแจมันคือเรื่องอะไรกันแน่?

 

 

แม้ว่าทงเฮจะตวาดกร้าวออกมา  แต่มันไม่ได้ทำให้ชายชุดดำที่ล้อมหน้าล้อมหลังพวกเค้าถอยห่างออกไป  กลับยิ่งตีวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ

 

 

“ฉันขอเตือนพวกนายไว้ก่อน  ว่าพวกนายต้องเดือดร้อนแน่ๆที่ทำแบบนี้” ทงเฮมองกวาดไปรอบด้านของชายชุดดำที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  ถ้าคยูฮยอนรู้เรื่อง  หรือว่าพ่อของเค้ารู้เรื่อง  ไอ้คนพวกนี้ต้องเดือดร้อนอย่างที่เค้าบอกแน่ๆ

 

 

ถึงจะประกาศออกไปแบบนั้น  วงล้อมก็ยังค่อยแคบลงเรื่อยๆ  ทงเฮรั้งตัวฮยอกแจเข้ามาไว้ในอ้อมกอด  ก่อนจะเอาตัวเองเป็นเกราะกำบังชั้นดี  บังตัวฮยอกแจเอาไว้  ถ้าเค้าอยู่คนเดียว  เค้าคงเลือกจะสู้แต่  นี่เค้ามีฮยอกแจอยู่ด้วย  ยังไงก็คงสู้ไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว  เพราะอย่างนั้น  เค้าก็จะทำให้ฮยอกแจเจ็บตัวน้อยที่สุดแล้วกัน

 

 

“จัดการ”

 

 

“ฮยอกแจระวัง” ทงเฮตะโกนก่อนจะดึงตัวฮยอกแจเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม  เมื่อชายชุดดำกลุ่มใหญ่พุ่งตรงเข้ามาหาพวกเค้าสองคน  ฮยอกแจเองก็รั้งตัวเค้าเข้ามาใกล้ไม่ต่างกัน  แต่แววตาคู่นั้นก็ยังคงแน่วแน่และไม่หวาดกลัว

 

 

ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด  ไม่ได้โดนของแข็งฟาดเข้ามาไม่ยั้ง  ไม่ได้มีเลือดไหลกอง  แต่กลับกลายเป็นภาพพร่าเบลอ  ค่อยๆเลือนหายไปแทน  นี่มันอะไรกันเนี่ย?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับไปอ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=610443&chapter=36

 

ลิ้งค์หลักของเรื่องที่ http://writer.dek-d.com/kyuyhun-sungmin/writer/view.php?id=610443

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet